Category: Horror Movies A – C

รีวิวหนัง Bikini Party Massacre 2002
September 14th, 2012 by ฟิล์มสยอง
รีวิวหนัง Bikini Party Massacre 2002

รีวิวหนัง Bikini Party Massacre 2002

Bikini Party Massacre (2002)
นำแสดง: Joseph D. Clark (Jeff), Rockford Varcoe (Ghost Dad), Peter Mehren (Creepy Guy), Kesta Graham (Linda), Naomi Vondell (Randy), Elizabeth Innes (Mandy), Neil Kulin (Brad), Jessica Psaila (Sandy), Sean Clement (Jake as Sean Clements), Phil Jacob (Rick), Kelly Mehren (Witch)
กำกับและเขียนบท :Joseph D. Clark
ประเภท: Horror / Nudity / Gore / Thrash

รีวิวหนัง Bikini Party Massacre 2002

รีวิวหนัง Bikini Party Massacre 2002

“..เป็นสุดสัปดาห์ที่พวกเราจะไม่มีทางลืมมันได้ลงเลย…”
เมื่อหนุ่มสามคน และสาวสามคน วางแผนเดินทางไปตั้งแคมป์ จัดปาร์ตี้แบบสุดสวิง คุณคิดดูสิว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง…ถ้าไม่ใช่เรื่องราวเกี่ยวกับเซ็กส์ วิสกี้ เบียร์ และปาร์ตี้แบบสุดกึ๋น หนังใช้ภาพซ้อนกันไปซ้อนกันมาระหว่างเหตุการณ์จริง กับภาพหลอนในหัวของนักแสดง หนังสี่สิบนาทีกว่าที่พยายามจะบอกให้เห็นถึงบุคลิกที่แตกต่างของตัวละครหกคน พาลเอาเบื่อไปได้ไม่น้อย ยิ่งหากดูจนจบเรื่องแล้ว การปูบุคลิกลักษณะของตัวละครที่กินเวลาเกือบชั่วโมงนั้น ไม่ได้มีผลอะไรกับบทภาพยนตร์ตอนท้ายของหนังเรื่องนี้ ที่ดันไปเน้นแต่การฆ่าอย่างไร้เหตุผลโดยสิ้นเชิง

สิ่งเดียวของหนังเรื่องนี้ที่ทำได้แบบพอทำใจ นั่นคือ เพลงประกอบที่ใช้เพลงร็อคเก่าๆ ยุค 70’s – 80’s เพลง ambient เน้นซาวนด์อิเล็กโทรนิกส์หลอกหลอนผสมกับภาพบรรยากาศที่มีแต่ป่าได้เข้ากัน ที่ทำสำคัญในบางฉาก ผู้กำกับเลือกที่จะใส่ ชื่อวง ชื่อเพลง ลงไป เหมือนเรากำลังดู มิวสิก วีดีโอ ยังไงยังงั้น และก็ทำออกมาแปลกตา น่าสนใจดีครับ

ในเรื่องของฉากความรุนแรงตั้งแต่การร่วมเพศกันอย่างถึงพริกถึงขิง ระหว่างชาย-หญิง และหญิง-หญิง ก็ทำออกมาในสไตล์หนังเกรดบีดิบเถื่อน ในฉาก Gore เลือดสาด ก็สาดกันจริงๆ ครับ สาดกันจนเกินงาม (ว่างั้น) เปลืองซอสมะเขือเทศไปหลายปิ๊ปเป็นแน่..

หนังสยองเกรดบี ต้นทุนต่ำ โปรดักชั่นเน่า นักแสดงสมัครเล่น น้ำซอสแดงฉานเต็มเรื่อง ใครชอบหนังขยะประมาณนี้ ห้ามพลาดครับ!!!

โดย ศร-รณ (aka ถั่วเขียว ณ ทุ่งสังหาร)
Rating: 1.50 / 6.00

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 1.5/5 (4 votes cast)

Posted in Horror Movie Reviews, Horror Movies A - C Tagged with: , , , ,

รีวิวหนังต้นแบบสยอง คนเปลี่ยนหัวคน
September 12th, 2012 by ฟิล์มสยอง
รีวิวหนังต้นแบบสยอง คนเปลี่ยนหัวคน Beyond Re-Animator

รีวิวหนังต้นแบบสยอง คนเปลี่ยนหัวคน Beyond Re-Animator

Beyond Re-Animator (2003)
ต้นแบบสยอง คนเปลี่ยนหัวคน
นำแสดง: Jeffrey Combs (Dr. Herbert West), Tommy Dean Musset (Young Howard ‘Howie’ Phillips), Jason Barry (Dr. Howard Phillips), Barbara Elorrieta (Emily Phillips), Elsa Pataky (Laura Olney), Angel Plana (Kitchen Zombie), Javier Sandoval (Cop 1), Santiago Segura (Speedball), Lolo Herrero (Sergeant Moncho), Enrique Arce (Cabrera), Nico Baixas (Moses), Simon Andreu (Warden Brando). Joaquin Ortega (Officer Falcon), Raquel Gribler (Nurse Vanessa), Daniel Ortiz (Winni)
กำกับ: Brian Yuzna
เขียนบท: Jose Manuel Gomez, H.P. Lovecraft ประเภท:Horror / Comedy / Sci-Fi

รีวิวหนังต้นแบบสยอง คนเปลี่ยนหัวคน

รีวิวหนังต้นแบบสยอง คนเปลี่ยนหัวคน

จากหนังสุดคลาสสิกต้นตำรักดอกเตอร์จิตสะพรึง Re-Animator คนเปลี่ยนหัวคน ในปี 1985 จนมาถึง Bride of Re-Animator ในปี 1990 และนี่คือ ต้นแบบสยอง คนเปลี่ยนหัวคน หรือ Beyond Re-Animator ผลงานการเขียนของ H.P.Lovecraft ผลงานการแสดงสุดคลาสสิกของ Jeffrey Combs ในบทบาทของ Dr.Herbert West และผลงานการกำกับของ Brian Yuzna (ผู้นิยมนำผลงานการเขียนของ H.P. Lovecraft มาทำเป็นหนัง ผู้ให้กำเนิด Re-Animator ผู้ให้กำเนิดความสยองบนฟันกับ The Dentist และผู้กำกับ ผู้สร้างหนังสยองอีกหลายเรื่อง)

ใครจะไปเชื่อว่าเราจะได้เจอกับ Dr. Herbert West อีกครั้งในยุค 2000 นี้ ยิ่งได้ผู้แสดงดั่งเดิมอย่าง Jeffrey Combs ผู้รับบท West ตั้งแต่ Re-Animator ในปี 1985 จนมาภาค 3 ก็ร่วมเข้าไปเกือบ 20 ปีแล้ว แน่นอน เราได้เห็นพัฒนาการของ Jeffrey Combs กับบทบาทการแสดงสุดเพี้ยนเต็มๆ Brian Yuzna นำผลงานการเขียนของ H.P. Lovecraft และให้ Jose Manuel Gomez เสริมแต่งบทภาพยนตร์ให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น สร้างภาคที่มีชื่อไทยว่า “ต้นแบบสยอง คนเปลี่ยนหัวคน” หรือ “Beyond Re-Animator” ภาพยนตร์ที่ผู้ชมหนังแนวสยองต้องคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี (ถ้าจำไม่ผิดสมัยสิบกว่าปีที่แล้ว หนังเรื่อง คนเปลี่ยนหัวคน ถูกนำมาฉายทางทีวีบ้านเราอยู่บ่อยครั้งทีเดียว) กับเจ้าดอกเตอร์ผู้หมกมุ่นอยู่กับการปลุกซากศพที่ตายแล้วให้หวนคืนกลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง

ในภาคนี้ เกริ่นถึงความเป็นมาเมื่อ 13 ปีก่อน (หนังสร้างความสมจริงในเรื่องยุคกาลเวลา เมื่อภาค 2 ถูกนำมาฉายในปี 1990 จนถึงภาคนี้ที่ออกมาในปี 2003 ก็ราวๆ 13 ปีผ่านไป) ในฉากที่ว่า เจ้าซากศพที่ฟื้นคืนชีวิตหลุดออกมา ไปฆ่าสาวคนหนึ่งในบ้านที่มีเด็กเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เด็กที่เป็นน้องชายของสาวผู้ตาย ที่สำคัญ เด็กหนุ่มคนนั้นได้เก็บน้ำยาเซรุ่มที่ ดอกเตอร์ Herbert ทำหล่นไว้ด้วย… หนังเริ่มต้นความจิตป่วนจากการที่เด็กหนุ่มคนนั้นเติบใหญ่ เป็นนายแพทย์ผู้หลงใหลในงานชุบชีวิตซากศพ นายแพทย์ Phillips ได้เลือกคุกที่ ดอกเตอร์ Herbert ถูกจองจำเป็นสถานที่ทำงานแรกของเขาหลังจากเรียนจบแพทย์ และได้ขอพัศดีให้ดอกเตอร์ Herbert เป็นผู้ช่วยแพทย์ของเขาในการทำงานในคุก แต่สิ่งที่มากกว่านั้นก็คือ เขาทั้งคู่ได้ร่วมมือกันทดลองงานวิจัยสุดสยองกับการปลุกชีวิตศพ โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่า…ความสยองนั้นกำลังสนองตอบกลับพวกเขาทั้งคู่อย่างแสนสาหัสเกินกว่าที่จะเดาได้!

Beyond Re-Animator ยังคงรักษาสเน่ห์ในความเป็น Re-Animator ไว้อย่างครบครัน ทั้งฉากในแบบ Gore สุดแหวะ ฉากความโหด ฉากความเพี้ยนสุดๆ ของตัวละคร ไปจนถึงอารมณ์ขันในแบบ Re-Animator ที่ทิ้งความประทับใจให้กับเราไว้แล้วกับสองภาคที่ผ่านมา

หนังเรื่องนี้ J – Bics ได้ลิขสิทธิ์นำมาทำขายในไทยด้วย มีให้เลือกทั้งวีซีดี และดีวีดีในราคาที่ต้องบอกว่าโคตรถูก เมื่อเทียบกับคุณภาพของหนัง เรียกได้ว่าคุ้มค่ามากครับใครเห็นมีวางขายที่ไหน ก็ไปสอยมาดูกันได้เลย!

โดย ศร-รณ (aka ถั่วเขียว ณ ทุ่งสังหาร)
Rating: 3.50 / 6.00

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 3.5/5 (8 votes cast)

Posted in Horror Movie Reviews, Horror Movies A - C Tagged with: , , , ,

ฮาไส้ทะลักไปกับ Bad Taste (1987)
September 12th, 2012 by ฟิล์มสยอง
ฮาไส้ทะลักไปกับ Bad Taste (1987) จากสุดยอดผู้กำกับ Peter Jackson

ฮาไส้ทะลักไปกับ Bad Taste (1987) จากสุดยอดผู้กำกับ Peter Jackson

Bad Taste (1987)
นำแสดง: Terry Potter (Ozzy), Pete O’Herne (Barry), Craig Smith (Giles), Mike Minett (Frank), Peter Jackson (Derek), Doug Wren (Lord Crumb)
กำกับ: Peter Jackson
เขียนบท: Ken Hammon (additional material), Tony Hiles (additional material)
ประเภท: Horror/Gore/Comedy/Action/Fantasy/Sci-Fi

ฮาไส้ทะลักไปกับ Bad Taste (1987)

ฮาไส้ทะลักไปกับ Bad Taste (1987)

ใครจะไปเชื่อว่าคนอย่าง Peter Jackson ก่อนที่จะมาเป็นผู้กำกับโด่งดังจากหนังเรื่อง The Lord of the Rings ทุกภาค และหนังทุนสร้างมหาศาลอีกเรื่องอย่าง King Kong จะนิยมชมชอบการกำกับหนังแหวะทุนต่ำในสไตล์ Jackson ที่นิยมใส่อารมณ์ขัน สุดฮาเข้าไปในฉากโหดๆ ทั้งเรื่อง Braindead หรือ Dead Alive และเรื่องที่นำมาแนะนำกันนี้คือ Bad Taste หนังในปี 1987 ที่ลุง Peter Jackson แสดงบทนำเป็น Derek ผู้เพี้ยนทางจิตสุดๆ คนนึงในเรื่อง (โอ้ว ในสมัยหนุ่มๆ ของแก หุ่นยังโอดสะองค์เพรียวลมเหลือเกิน เหอ เหอ) จะว่าไปในเรื่องนี้ ลุง Peter Jackson (หากเป็นในยุคนั้นคงต้องเรียกแกว่า พี่สุดหล่อ กันเลย) แกรับหน้าที่เป็นทั้งโปรดิวเซอร์ ผู้กำกับ นักแสดง นักเขียนบท ไปจนถึง เมค-อัพอาร์ติสกันเลยทีเดียว

หนังเพี้ยนๆ ที่เป็นเรื่องราวของเมือง Kaihoro แห่ง New Zealand ดินแดนที่เหล่าเอเลี่ยนเลือกที่จะออกสำรวจ หาสถานที่ที่เป็นอาหารอันโอชะของพวกมัน ณ เมืองเล็กๆ ที่ไร้ผู้คนแห่งนี้ มีเพื่อนซี้สี่คนคือ Derek, Barry, Frank และ Ozzy ที่อยู่หน่วย Astro Investigation คอยบริการการป้องกันภัย และสอดส่องเหตุการณ์ผิดปกติจากบนท้องฟ้า และสิ่งที่พวกเขาต้องเผชิญนั่นก็คือ เจ้าเอเลี่ยน ที่นิยมกินเนื้อมนุษย์นั่นเอง !

ต้องยอมรับว่า ฉากสยองในเรื่องนี้ที่ออกไปในทาง Gore มีเยอะเหลือเกิน ตั้งแต่ต้นเรื่องกันจนนาทีสุดท้าย ก็ยังมีแหวะ เลือดสาดให้เห็นอยู่ตลอด แต่ที่ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนังที่สนุกสนานในสายตาของผมคือ ไอ้มุขตลกสุดฮาลากไส้ของ ลุง Peter Jackson หน่ะดิ ที่ทำให้ผมหัวเราะท้องแข็งอย่างเมามันอารมณ์ ขนาดในฉากนั้นๆ จะมีภาพ Gore สุดเขย่าประสาท (อาจดูรุนแรงกว่าหนังที่ตั้งใจทำให้น่ากลัวด้วยซ้ำ) ลุง Peter แกก็อดที่จะหยอดมุขลงไปไม่ได้ ทำเอาฮาทุกทีไป

Bad Taste หนังที่เต็มไปด้วยจินตนาการของคนในยุค 80’s ที่คลั่งไคล้เรื่องราวของเอเลี่ยน มนุษย์ต่างดาวกันอย่างมากมาย จากการเล่าเรื่องของมนุษย์ต่างดาวหรือเอเลี่ยนที่ออกสำรวจโลกมนุษย์เพื่อหาแหล่งอาหาร ที่อยู่อาศัย คงจะเห็นได้จากในเรื่องนี้ครับ หากใครชอบหนังโหดๆ ประเภท Gore พุง ไส้ ทะลัก อ้วกสุดโอชะ กินสมองมนุษย์อย่างเอร็ดอร่อย ยิงหัวเบะสมองกระจุยกระจาย คงได้เห็นกันทั้งเรื่องใน Bad Taste ครับ ทว่าขอเตือนนิดนึงครับ…คุณอาจจะไม่ร้องยี้ หรือปิดตากับการดูภาพสยองๆ ในเรื่องนี้เลยก็ได้ แต่คุณอาจจะหัวเราะจนจุกจากมุขเพี้ยนๆ สุดฮาในเรื่องนี้ก็ได้นะ..อิ อิ

ทิ้งท้ายนิดนึงครับ…หนังเรื่องนี้ได้เข้าชิงรางวัล International Fantasy Film Award จาก Fantasporto ในสาขา Best Film : Peter Jackson ในปี 1990 และได้รับรางวัลชนะเลิศ Audience Award จาก Fantafestival ในปี 1989 ด้วยครับ ใครอยากรู้ว่าก่อนที่ Peter Jackson จะมาโด่งดังสุดขีดกับงานคุณภาพจากหนังฮอลิวูดอย่าง The Lord of the Rings แล้วนั้น แกเคยเป็นผู้กำกับหนังพันธุ์ฟิล์มสยองมาแล้วด้วย!

โดย ศร-รณ (aka ถั่วเขียว ณ ทุ่งสังหาร)
Rating: 5.00 / 6.00

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 4.5/5 (2 votes cast)

Posted in Horror Movie Reviews, Horror Movies A - C Tagged with: , , ,

Autopsy หนึ่งในหนัง 8 Films To Die For ประจำปี 2008
September 11th, 2012 by ฟิล์มสยอง
Autopsy หนึ่งในหนัง 8 Films To Die For ประจำปี 2008

Autopsy หนึ่งในหนัง 8 Films To Die For ประจำปี 2008

Autopsy (2008)
กำกับและเขียนบท: Adam Gierasch
นำแสดง: Robert Patrick (Dr. David Benway), Jessica Lowndes (Emily), Jenette Goldstein (Nurse Marian), Michael Bowen (Travis), Robert LaSardo (Scott), Ross Kohn (Bobby), Ashley Schneider (Clare), Arcadiy Golubovich (Dmitriy as Arcady Golubovich), Ross McCall (Jude)
ประเภท: Horror / Gore / Splatter / Slasher

Autopsy หนึ่งในหนัง 8 Films To Die For ประจำปี 2008

Autopsy หนึ่งในหนัง 8 Films To Die For ประจำปี 2008

After Dark Horrorfest งานเทศกาลหนัง Horror ประจำปี ที่ปีหนึ่งจะมีหนัง 8 เรื่อง (8 Films To Die For) ที่ถูกคัดสรรมาให้เลือกชม งาน After Dark Horrorfest จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2006 สำหรับภาพยนตร์ประจำปี 2008 ที่ถูกคัดสรรมาทั้งหมด 8 เรื่อง คือ
Autopsy, The Broken, The Butterfly Effect 3: Revelations, Dying Breed, From Within, Perkins’ 14, Slaughter และ Voices ใครสนใจก็ลองเข้าไปดูรายละเอียดในเว็บไซต์ http://www.horrorfestonline.com ได้ ผมนำ Autopsy หนึ่งในหนังจากเทศกาลครั้งนั้นมาแนะนำให้ได้รู้จักกันครับ

เรื่องราวของ Autopsy ถูกแต่งด้วยพล็อตง่ายๆ ที่เราแทบจะไม่ต้องคาดเดา เมื่อกลุ่มวัยรุ่นหนุ่มสาวขับรถกลับบ้านหลังจากปาร์ตี้สุดมัน ต้องเผชิญกับอุบัติเหตุทางรถยนต์ ที่เผอิญมีผู้ชายตัวชุ่มด้วยเลือดที่ไหนไม่รู้มานอนอยู่ใต้รถของพวกเขา และรถพยายาลแปลกหน้าก็เข้ามาให้ความช่วยเหลือ พร้อมทั้งรับกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวไปที่โรงพยาบาลนั้นด้วย และโรงพยาบาลนั้นเองก็ทำหน้าที่เป็นโรงเชือดไปโดยปริยาย เมื่อคุณหมอใหญ่ Dr. David Benway (นำแสดงโดย Robert Patrick จากบทบาทที่หลายคนจดจำในเรื่องคนเหล็ก และซีรีส์ชื่อดัง The Unite) กำลังทำการทดลองอะไรบางอย่างเพื่อรักษาเมียที่กำลังป่วยหนักของเขา ติดตามเรื่องราวของโรงเชือด (โรงพยาบาล) สุดจิตกับคุณหมอใหญ่โคตรกอร์ และพนักงานสุดโหดได้ต่อตามแผ่นดีวีดีนะครับ

Autopsy ได้ผู้กำกับและมือเขียนบทที่ฝากผลงานเรื่องเด่นๆ ไว้หลายเรื่อง ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องราวหฤโหดของสัตว์ เช่น Crocodile, Crocodile 2 (Death Swamp), Rats และหนังที่เราคงได้ผ่านตากันอย่าง Toolbox Murders และ Mortuary ก็ล้วนแล้วมาจากฝีมือการเขียนบทของ Adam Gierasch หนังเรื่องนี้หากดูผิวเผินคงไม่ต่างอะไรกับหนังสยอง Splatter เกรด B ที่เน้นเลือด ตับ ไต ไส้ พุง และชิ้นส่วนอวัยวะของมนุษย์ หากแต่เมื่อลงในรายละเอียดหนังเรื่องนี้ถูกพูดถึงในแง่ของหนังสยองเกรด B ที่ทำออกมาในแบบที่ไม่อยากจะพึ่งพิงงานคอมพิวเตอร์กราฟฟิคเท่าไรนัก เพราะงั้นรายละเอียดของแหวะทั้งหลายในเรื่องจึงทำออกมาในลักษณะสไตล์หนังแหวะยุคเก่า (Old School Splatter/gore) ด้วยเหตุนี้เองมั้ง Autopsy จึงถูกนำเข้ามาอยู่ใน 8 Films To Die For ของเทศกาล After Dark Horrorfest ด้วย (คุณสามารถดูรายละเอียดการทำหนัง รวมถึงการทำศพ ชิ้นส่วนมนุษย์ และการกำกับภาพใน Special features ได้ครับ มีบทสัมภาษณ์ของผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมด)

หนังอาจจะดูได้เนิบๆ หรืออาจจะถูกวิจารณ์ในแง่ลบซะมากกว่าแง่บวก แต่ยังไงก็ตาม ผมแนะนำสำหรับผู้นิยมหนัง Gore / Splatter ที่มีทั้งทั้งฉากการทรมาน การทุบตีหญิงสาวอย่างอำมหิต การฉีดยาอย่างไร้ความปราณี การชำแหละ เจาะ ควักอวัยวะ การเสพยาและอารมณ์ภาพหลอน รวมไปถึงหมอ พยายาลและพนักงานโรงพยาบาลเพี้ยนสุดวิตถาร ที่สำคัญลืมไม่ได้เลยกับ ปริมาณของเลือด เลือด และก็เลือดที่มีท่วมจอจุใจแน่นอน

โดย ศร-รณ (aka ถั่วเขียว ณ ทุ่งสังหาร)
Rating: 3.50 / 6.00

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 3.3/5 (4 votes cast)

Posted in Horror Movie Reviews, Horror Movies A - C Tagged with: , ,

ออดิชั่น เลือกเธอมา...ฆ่า
September 11th, 2012 by ฟิล์มสยอง
Audition ออดิชั่น เลือกเธอมา...ฆ่า

Audition ออดิชั่น เลือกเธอมา…ฆ่า

Audition (Oodishon) (1999)
ออดิชั่น เลือกเธอมา…ฆ่า
นำแสดง: เรียว อิชิบาชิ (อาโอยาม่า), ไอฮิ ชิอินะ(อาซามิ), จุน คูนิมูระ(โยชิกาว่า)
กำกับ: ทาคาชิ มิอิเกะ
เขียนบท: ไดซูเกะ เทนแกน(จากนิยายของริว มูราคามิ)
ประเภท: Horror/Thriller, Drama/Romance

ออดิชั่น เลือกเธอมา...ฆ่า

ออดิชั่น เลือกเธอมา…ฆ่า

เรื่องราวของ อาโอยาม่า พ่อหม้ายที่สูญเสียภรรยาไปเมื่อ 7 ปีที่แล้ว เพื่อนร่วมงานและลูกชายต่างอยากให้เขามีความสุข โดยการช่วยกันหาภรรยาใหม่ให้ ไอเดียการหาคู่ของเพื่อนร่วมงานที่ทำงานภาพยนตร์ด้วยกันกับอาโอยาม่า เสนอให้เขาหาคู่โดยใช้การ Audition คัดเลือกตัว นักแสดงในภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่กำลังจะสร้าง และแล้วสาวที่มีเอกลักษณ์ บุคลิกที่น่าสนใจอย่าง อาซามิ ก็เข้าตา อาโอยาม่า การติดต่อ การออกเดทและความสัมพันธ์อันล้ำลึกก็เริ่มต้นขึ้น…อาซามิหายตัวไปอย่างลึกลับ ทำให้อาโอยาม่าที่เกิดความผูกพันธ์กับอาซามิต้องออกตามหาหญิงสาว เรื่องราวความสยองขวัญจึงเกิดขึ้น เมื่ออาโอยาม่ารู้ว่า สาวที่ตนรักนั้นมีอดีตอันดำมืดซ่อนไว้ เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อนั้น ลองหาติดตามดูกัน… แล้วคุณจะรู้ว่า คำสัญญาที่คู่รักให้กันว่าจะ “รักฉันเพียงคนเดียว” นั้น มันเป็นคำสัญญาอันสุดสยองเลยก็ว่าได้!

จากผลงานของผู้กำกับหนังสยอง โหด สุดขั้วแห่งยุค ทาคาชิ มิอิเกะ ผู้ที่เคยสร้างผลงานสยองขวัญสุดขั้ว โหดสุดตีนมาแล้วหลายเรื่อง เขาผู้นี้ถูกยกย่องให้เป็นผู้กำกับที่มี มุมมองและการถ่ายทอดเรื่องราวได้อย่างไม่คาดคิด หนังของเขาหลาย ๆ เรื่องมีการหักมุม สะเทือนขวัญ ปนเประหว่างเรื่องราวที่ขัดแย้งกันได้อย่างลงตัว…หนังเรื่อง Audition ก็เช่นเดียวกัน เขาดำเนินเรื่องด้วยมุมภาพสวยๆ ประดุจหนังรักโรแมนติกแห่งปี ก่อนที่จะนำความรุนแรงอัดใส่ผู้ชมอย่างไม่ยั้งในช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้ายของหนัง ต้องขอชมผู้กำกับ ทาคาชิ อย่างจริงใจครับ เขาเล่นกับอารมณ์ของคนดูอย่างเราๆ ได้อย่างต่อเนื่องจริงๆ การผ่อน เบา อัด เร้าอารมณ์ ด้วยเทคนิกการใช้ภาพย้อนอดีต ทำให้คนดูอาจงงได้ว่า นี่มันคือเรื่องในอดีต เรื่องในความฝัน หรือเรื่องที่เป็นจริงอยู่ ณ ปัจจุบัน ในเรื่องของการวางบทตัวแสดงไว้ก็ใช่ย่อย การปูพื้นฐานทางครอบครัวของสองตัวแสดงนำอย่าง อาโอยาม่า ที่เป็นพ่อม้าย ที่สูญเสียภรรยาไปเจ็ดปี มีความรักลูกชาย รักครอบครัว ทำงานหนักเพื่อหาเงินมาดูแลลูกชายคนเดียวของเขาที่เหลืออยู่ ส่วนอาซามินั้น ผู้กำกับทาคาชิ วางตัวละครตัวนี้ให้มีภูมิหลังที่โดนทารุณ กดขี่ทางเพศ
ทั้งร่างกายและจิตใจอย่างหนัก ความรุนแรงที่เธอได้รับมาในวัยเยาว์นี้เอง เป็นแรงขับดันให้เธอกลายเป็นคนที่มีสภาพจิตใจไม่ปกติ การต่อสู้ การล้างแค้นจึงเกิดขึ้น

ภาพยนต์เรื่องนี้ถือได้ว่า เป็นหนึ่งในสุดยอดหนังยอดเยี่ยมคลาสสิกของญี่ปุ่นและทั่วโลกให้การยอมรับอย่างมาก ได้รับรางวัล International Fantasy Film Award – Special Mention จาก Fantasporto ในปี 2001 รางวัล FIPRESCI Prize และ KNF Award จาก Rotterdam International Film Festival ในปี 2000 อีกทั้งยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงในอีกหลายสถาบันภาพยนต์

ใครที่เป็นแฟนของผู้กำกับ ทาคาชิ มิอิเกะอยู่แล้วคงรู้ดี ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มันสุดยอดตรงไหน แต่หากใครยังไม่เคยสัมผัสกับผลงานการกำกับของเขาล่ะก็ เรื่อง Audition นี่แหละ จะเป็นเรื่องแรกทีทำให้คุณอาจเกิดความรู้สึกอยากติดตามผลงานของผู้กำกับคนนี้ สำหรับคอหนังฟิล์มสยอง…ห้ามพลาด!

โดย ถั่วเขียว ณ ทุ่งสังหาร
Rating: 5.50 / 6.00

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 4.7/5 (3 votes cast)

Posted in Horror Movie Reviews, Horror Movies A - C Tagged with: , , , ,

รีวิวหนังลองของ เสียงสยองทุก 2 นาที
September 11th, 2012 by ฟิล์มสยอง
รีวิวหนังลองของ เสียงสยองทุก 2 นาที

รีวิวหนังลองของ เสียงสยองทุก 2 นาที

Art Of The Devil 2 (2005)
ลองของ
นำแสดง: ครูพนอ (นภคปภา นาคประสิทธิ์), ต๊ะ (นะโม ทองกำเนิด), ปอ (อัค รินทร์ ศิวพรพิทักษ์), คิ้ม (หทัยวรรณ งามสุคนธภูษิต), แต (กรกช วรมุสิก), นุช (ชนิดา สุริยะกำพล)และโก้ (ปวริศร์ วงศ์พานิช)
กำกับ: ก้องเกียรติ โขมศิริ, อิสรา นาดี, เสรี พงศ์นิธิ, พาสิทธิ์ บูรณะจันทร์, พุฒิพงศ์ สายศรีแก้ว, อรรถ ธรรมตระกูล และ ยศพงษ์ ผลทรัพย์
เขียนบท: ก้องเกียรติ โขมศิริ, พาสิทธิ์ บูรณะจันทร์ ,ยศพงษ์ ผลทรัพย์ และ อรรถ ธรรมตระกูล
ประเภท: Horror

รีวิวหนังลองของ เสียงสยองทุก 2 นาที

รีวิวหนังลองของ เสียงสยองทุก 2 นาที

เรื่องย่อ…
เรื่องราวของความสัมพันธ์ระหว่างเด็กวัยรุ่นทั้ง 6 คน ต๊ะ ปอ คิ้ม แต นุช และโก้ ซึ่งเป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมที่ต่างจังหวัด ปัจจุบันทุก คนแยกย้ายเข้ามาเรียนในกรุงเทพ… มหานครแห่งทางเลือกและอนาคตที่ดีกว่า พวกเขามีโอกาสกลับมาพบกันอีกครั้งในช่วงปิดเทอม ด้วยการกลับมาเยี่ยม ” ครูพนอ ” อดีตครูที่เคยสอนพวกเขาสมัยมัธยมและเป็นแม่เลี้ยงของต๊ะ และ เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ในช่วงเวลาค่ำคืนแห่งความน่ากลัวนั้น ความ ลับในอดีตบางอย่างของเพื่อนทั้ง 6 ที่ไม่เคยปริปากบอกกันก็ค่อยๆ เปิด เผยออกมาพร้อมกับการตายอย่างสุดสยอง เรื่องราวเกี่ยวพันกับครูพนอ ครู สาวเสน่ห์แรงแม่เลี้ยงของต๊ะ เสน่ห์ของเธอแรงจนชายที่อยู่รอบตัวเธอต่างพา กันหลงใหลและทำของใส่เธอเพื่อให้เธอหลงเสน่ห์ เมื่อการโดนของเกิดขึ้นซ้ำ แล้วซ้ำอีกจนทำให้เธอเสียสติ เธอเปลี่ยนไปเป็นคนละคน จะเพี้ยน บ้าเหมือน คนโรคจิต ครูพนอพยายามที่จะเอาของออกจากตัวเธอ โดยได้เดินทางไปหา หมอแขกเพื่อทำพิธีให้ด้วยการกินเนื้อสดๆ ของผู้ที่ทำของใส่เธอ แต่เกิดความ ผิดพลาดแทนที่ของจะออกจากตัวเธอ มันกลับส่งผลทำให้เธอมีพลังและ อำนาจมากขึ้น เธอถลำลึก และกลับกลายเป็นผู้หลงใหลในไสยศาสตร์มนตร์ดำ นั้นเสียเอง และในค่ำคืนนี้ครูพนอจะใช้มนตร์ดำกับลูกศิษย์ของเธอ และพา พวกเธอเข้าสู่โลกแห่งการชำระแค้นด้วยไสยศาสตร์

ต่อจากปฐมบท..คนเล่นของ
หลังจาก “คนเล่นของ” ออกมาเล่นสยองกับผู้ชมในปี 2004 ด้วยผลงานของ ผู้กำกับ ธนิตย์ จิตนุกูล กับเนื้อหาที่เน้นเฉพาะในแนวชิงรักหักสวาท เอาชาย หนุ่มร่ำรวยมาทำผัวโดยการ “เล่นของ” เพื่อครอบครองสมบัติทั้งหมด กลับมาในครั้งนี้ด้วยชื่อ Art of the Devil 2 หรือชื่อไทย “ลองของ” เน้นเนื้อหา ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน หนุ่ม สาว และสิ่งที่หนีไม่พ้นเมื่อพูดถึง “ของ” นั่นก็คือ “SEX”

นักแสดง…
ในภาคนี้ ใช้ นภคปภา หรือ มะหมี่มาขายเสียว…เฮ้ย! ไม่ใช่…มาขายความสามารถล้วนๆ มะหมี่เป็นนักแสดงสาวที่เก่ง มีเอกลักษณ์ ความเซ็กส์ซี่อยู่ในตัว เธอเกินล้นครับ ด้วยฝีมือการแสดงและองค์ประกอบต่างๆ แล้ว ในเรื่องนี้ เธอแสดงได้ดีมากจริงๆ เนียน สมบทบาท ราวกับว่าเธอเล่นของจริงๆ ยังไงยังงั้น…พูดถึงนักแสดงหน้าใหม่คนอื่นๆ กันบ้าง…ผมว่าทุกคนยังเล่นได้ไม่โดนเท่าที่ควร การแสดงยังแข็ง กระตุก ไม่เนียน โดยเฉพาะตัวเอกอย่าง คิ้ม ( หทัยวรรณ งามสุคนธภูษิต) แสดงแข็งเป็นผีจีนเลยครับ…เธอมีหน้าตาที่น่ารักครับ แต่ figure ของรูปร่าง ท่าทางยังคงต้องพัฒนาอีกเยอะ หวังว่าเรื่องหน้า เธอคงจะทำได้ดีกว่านี้เป็นแน่ นักแสดงหน้าใหม่ที่พอจะเห็นแววคือ โก้ ( ปวริศร์ วงศ์พานิช) รับบทเป็นเพื่อนปากหมา พูดจาไม่ระวังปาก ทำหน้าที่ได้ดีครับ แสดงบทได้เป็นธรรมชาติ และดูกวนตีนสมวัยดีจริงๆ

กำกับดี-ดีไซน์สวย-แต่บทด้อย…
เรื่องนี้ใช้ผู้กำกับเปลืองถึง 7 คนครับ…ทีมงาน 7 คนที่เขาเรียกตัวเองว่า “โรนินทีม” ทีมที่รวมผู้กำกับฝีมือดีจากผลงานในหลายๆ เรื่อง อย่างเช่น บางระจัน ขุนแผน คนเล่นของ มาระดมสมอง ฝีมือกันอย่างเข้มข้น การทำงานทุกขั้น ตอนเรียกได้ว่า เป็นผลงานมาจากน้ำมือของทั้งเจ็ดคนนี้เลย ก็ไม่แน่ใจเหมือน กันครับว่า การรวมตัว 7 คนนี้มีที่มาและคอนเซ็ปต์อย่างไร แต่สำหรับผมแล้ว คิดว่าเป็นการใช้ผู้กำกับที่เปลืองเกินเหตุครับ (ถ้าเป็นผู้กำกับหน้าใหม่รวมตัวกันทำหนังอย่าง แฟนฉัน ก็ว่าไปอย่าง) เพราะผู้กำกับแต่ละคน ก็เรียกว่ามีฝีมือ หรือมี “ของ” ดี อยู่ในตัวกันอยู่แล้ว หากเทียบที่ตัวโปรดักชั่น สเปเชียลแอฟเฟ็กต์ ผมถือว่า ผลงานเจ็ดคนกับสิ่งที่ออกมาบนแผ่นฟิล์มเสมอตัวครับ ไม่ดี ไม่ด้อย แต่หากเทียบกันที่บทหนัง ผมว่าการใช้ผู้กำกับฝีมือดี “สี่คน” คือ ก้องเกียรติ โขมศิริ, พาสิทธิ์ บูรณะจันทร์ ,ยศพงษ์ ผลทรัพย์ และ อรรถ ธรรมตระกูล มาเขียนบทแบบนี้ ดูจะด้อยถอยในคุณภาพไปหลายขุมครับ เพราะบทหนังขาดน้ำหนักในหลาย ๆ อย่าง ในบางเรื่องก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องเป็นอย่างนั้นด้วยซ้ำ…แต่บอกในแง่ดี สำหรับหนังไทยครับ เน้น..หนังไทยครับ..บทภาพยนตร์ในแบบที่”ลองของ”
กำลังทำก็เป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้น และนิมิตรหมายที่ดี ในวงการหนังสยองไทยเรา (นับตั้งแต่ที่ “ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ” เคยสร้างผลงานดีๆ เอาไว้แล้ว) การใช้บทหักมุมไปมา พลิกซะจนขนาดที่เรียกว่า ให้เราลุ้นกันจนถึงนาทีสุดท้ายของหนังกันเลย ทำออกมาดี ครับ ดีกว่าหนังไทยสยองหลายๆ เรื่อง ตรงนี้ผมขอชมจากใจจริง

โปรโมทสักล้าน…สยองสักร้อย
ต้องขอชมฝ่ายโปรโมชัน มาร์เก็ตติ้งของทางไฟว์สตาร์ กับคำโปรโมต คำ โปรย เท่ห์ๆ น่าติดตาม อาทิเช่น “ลองของ…เสียวสยองทุก 2 นาที” “ลอง ของ…ภาพยนตร์ไทยเรื่องแรก ที่จะทำให้คุณต้องกลัวจนตัวสั่น สยดสยอง เกิดกว่าจินตนาการ และมันจะทำให้คุณเข้าใจ ถึงความหมายของคำว่า…. ลองของ” โอ้วว….เขียนซะเวอร์ จนทำให้เราอยากดูจนตัวสั่นไปด้วยเลย..ซึ่ง ในความจริงแล้ว ลองของ เป็นหนังสยองที่ปูพื้นหนังด้วยแบ็กกราวนด์ใน แบบหนังวัยรุ่น ภาพใส ๆ จนทำให้ผมต้องรำพึงกับตัวเองว่า “นั่งรอมาครึ่ง ชั่วโมงแล้ว…ไม่เห็นมีไรสยองเลยวะ?!?” ใครดู ก็จะรู้ครับ ว่า ฉากสยองมัน น้อยมาก ผู้กำกับอาจไม่ต้องการอัดฉากสยอง เสียงสั่นประสาท ถี่ยิบเหมือน สมัยที่ Ju-On ทำในภาคแรกก็เป็นได้ แต่ทางมาร์เก็ตติ้งของโฟว์สตาร์คง ต้องหาจุดขายที่แรงๆ เพื่อดึงดูดให้คนอยากชมก็เป็นได้…เฮ้อ! กว่าจะสยองก็ ปาเข้าไปร่วมชั่วโมงแล้วว..

บทสรุป…
หนังสยองไทยอีกเรื่องที่น่าหามาดูครับ แม้บทจะไม่แข็ง แต่ก็ไม่อ่อนปวกเปียก การกำกับ สเปเชียลแอฟเฟ็กต์ใช้ได้ ฉากดีแต่ไม่เด่น ฉากสยองมีไม่มาก แต่ ฉากที่ปรากฏออกมาก็ถือว่าทำได้ดีในมาตรฐานของคนไทยครับ ผมว่านอกจาก เรื่อง “ชัตเตอร์” แล้ว “ลองของ” เป็นอีกเรื่องที่ผมแนะนำให้หามาดูกัน

โดย ศร-รณ (aka ถั่วเขียว ณ ทุ่งสังหาร)
Rating: 4.00 / 6.00

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 4.0/5 (7 votes cast)

Posted in Horror Movie Reviews, Horror Movies A - C Tagged with: , , , , , ,

รีวิวหนัง American History X
September 10th, 2012 by ฟิล์มสยอง
รีวิวหนัง American History X

รีวิวหนัง American History X

American History X (1998)
นำแสดง: Edward Norton (Derek Vinyard), Edward Furlong (Danny Vinyard), Beverly D’Angelo (Doris Vinyard), Avery Brooks (Dr. Bob Sweeney), Jennifer Lien (Davina Vinyard), Ethan Suplee (Seth Ryan), Stacy Keach (Cameron Alexander), Fairuza Balk (Stacey), Elliott Gould (Murray), Guy Torry (Lamont), William Russ (Dennis Vinyard), Joseph Cortese (Rasmussen as Joe Cortese), Jason Bose Smith (Little Henry as Jason Bose-Smith), Antonio David Lyons (Lawrence), Alex Sol (Mitch McCormick)
กำกับ: Tony Kaye
เขียนบท: David McKenna
ประเภท: Crime / Thriller / Drama

รีวิวหนัง American History X

รีวิวหนัง American History X

สุดยอดหนังแห่งปี 98 ที่นำมาแนะนำให้ชาวฟิล์มสยองได้ดูกัน American History X เป็นหนัง Drama / Crime ที่ไม่ได้มีฉากสยองแหวะ ไส้ปลิ้น พุงทะลัก เลือกกระฉูด แต่ตัวหนังเต็มไปด้วยภาพความรุนแรงทั้งเรื่องของการแบ่งแยกสีผิว นาซี เซ็กส์ และความเห็นที่ไม่ลงรอยกันภายในครอบครัว

เรื่องราวของ Derek Vinyard (Edward Norton) หนุ่มเรียนดีมีอนาคตไกล ต้องมาสูญเสียพ่อผู้เป็นที่รักจากการทำงานในหน้าที่ตำรวจ ทำให้มุมมองการมองชีวิต การแบ่งแยกสีผิวของ Derek เปลี่ยนไปอย่างสุดขั้ว ทำให้ Derek กลายเป็นพวกคลั่งลัทธินีโอ-นาซี หัวรุนแรง ผู้ซึ่งได้ฆ่าหนุ่มผิวดำสองคน และต้องจรไปอยู่ในคุกถึง 3 ปี เหตุการณ์ต่างๆ ที่ Derek เจอในคุกกลายเป็นประสบการณ์ชั้นดี บทเรียนราคาแพงที่ทำให้ Derek ได้สติกลับคืนมาได้ เขามีหน้าที่ที่ต้องกลับออกไปในสังคม เพื่อปกป้องครอบครัว และน้องชาย Daniel Vinyard (Edward Furlong) ที่กำลังมัวเมา บูชาลัทธินีโอ-นาซีตามแบบฉบับที่ Derek เคยปูทางไว้ หนังดราม่าเนื้อหาเข้มข้นที่จะทำให้เราได้ปลงกับสภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน…

หนังใช้ภาพสี สลับกับภาพขาว – ดำได้อย่างลงตัว เหมาะเจาะด้วยดนตรีประกอบภาพยนตร์ที่สร้างบรรยากาศ ‘เร้า’ ได้อย่างน่าทึ่ง นักแสดงอย่าง Edward Norton ที่ผมตกหลุมรักตั้งแต่เห็นหนุ่มคนนี้เล่นหนังเรื่องแรกคือ Primal Fear (1996) ที่รับบทเป็น Aaron Stapler ฆาตรกรโรคจิตสองภาค เฉือดเฉือนบทบาทกับ Richard Gere อย่างถึงพริกถึงขิง American History X ถือเป็นหนังเรื่องต่อมาที่ช่วยตอกย้ำให้ Edward Norton กลายเป็นดาราค่าตัวแพงของวงการฮอลิวู๊ดไปโดยปริยาย ยิ่งเห็นความทุ่มเทที่ Edward เล่นเวทให้ตัวหนาปึ๊ก เปลี่ยน look เป็นนาซีโกนหัว ดูน่าเกรงขามสมบทบาท ส่วนดารานำอีกคนคือ Edward Furlong ที่เราน่าจะคุ้นหน้ากับเขาแล้วในหนังคนเหล็ก Terminator 2 : Judgment Day ไปจนถึง Pet Sematary II เราจะได้เห็นพัฒนาการของ Furlong ได้อย่างเด่นชัดในเรื่องนี้ครับ บทบาทของน้องชายผู้อยู่ในช่วงหัวเรี่ยวหัวต่อ และต้องการผู้นำที่เขาจะสามารถพึ่งพา และเป็นต้นแบบในชีวิตได้ แค่ดารานำสองคนนี้ ก็ทำให้เรื่อง American History X เป็นภาพยนตร์ที่น่าสนใจแล้วครับ

มีส่วนดี ก็ต้องมีส่วนเสียในหนัง American History X อยู่ด้วยเช่นกัน อย่างเช่น บทภาพยนตร์ที่ยังไม่สมูท สมดุลกัน ตั้งแต่ในช่วงแรกของหนังที่ปูพื้นฐาน ความเป็นนาซี ชาตินิยมฮิตเลอร์ของ Derek Vinyard ไว้อย่างสุดขั้ว แต่บทในช่วงที่ Derek ต้องเข้าคุก จากการฆ่าไอ้มืดที่จะมาป่วนบ้านของเขากลางดึกอย่างโหดร้ายทารุณ บทภาพยนตร์ในส่วนนี้ทำได้อ่อนแอเกินไป เมื่อ Derek เปลี่ยนใจจากการแบ่งแยกสีผิวอย่างสุดขั้วมากลายเป็นซี้กับ หนุ่มผิวสีอารมณ์ดีที่เป็นเพื่อนร่วมงานในคุก ได้ง่ายเกินไป บทในส่วนนี้จึงดูไร้น้ำหนักไปนิดหน่อย แต่หากเทียบกับบทภาพยนตร์โดยรวมของทั้งเรื่องแล้ว ก็ถือว่าให้อภัยกันได้ครับ เพราะหากดูหนังโดยรวมแล้ว ยังไงก็แล้วแต่ American History X ก็ยังถือเป็นหนังชั้นดีเรื่องหนังที่เราไม่ควรพลาดกันเลย!

หนังได้เข้าชิงรางวัลเพียบครับ และกวาดรางวัลชนะเลิศมาได้ใน รางวัล Satellite Awards ปี 1999 ในสาขา Best Performance by an Actor in a Motion Picture – Drama : Edward Norton และชนะในรางวัล SEFCA Award สาขา Best Actor : Edward Norton อีกด้วย

หนังดีจริงๆ ครับ ลองไปหามาดูกัน

โดย ศร-รณ (aka ถั่วเขียว ณ ทุ่งสังหาร)
Rating: 6.00 / 6.00

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 5.0/5 (2 votes cast)

Posted in Horror Movie Reviews, Horror Movies A - C Tagged with: ,

รีวิวหนังไทย แฝด หรือ Alone (2007)
September 10th, 2012 by ฟิล์มสยอง
รีวิวหนังไทย แฝด หรือ Alone (2007)

รีวิวหนังไทย แฝด หรือ Alone (2007)

Alone (แฝด) (2007)
นำแสดง: มาช่า วัฒนพานิช (พิม/พลอย), วิทยา สวุไกรไพศาล (วี), รัชนู บุญชูดวง (แม่ของพิมและพลอย), หทัยรัตน์ อีเกอรีฟ (พิม วัยรุ่น), ฤทัยรัตน์ อีเกอรีฟ (พลอย วัยรุ่น)
กำกับและเขียนบท: บรรจง ปิสัญธนะกูล และภาคภูมิ วงศ์ภูมิ
ประเภท: Horror

รีวิวหนังไทย แฝด หรือ Alone (2007)

รีวิวหนังไทย แฝด หรือ Alone (2007)

หนังผีไทยที่หลายคนจับตามอง เมื่อโปรยคำโฆษณาจะใหญ่โต ว่าเป็นผลงานของสองผู้กำกับ บรรจง และภาคภูมิ สองผู้กำกับที่ฝากสุดยอดผลงานเรื่อง ชัตเตอร์ เอาไว้ เมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว…ผมว่า สองผู้กำกับ คงกดดันลึก ๆ น่าดู ว่า เรื่องแฝดจะสร้างปรากฏการณ์ได้อย่าง ชัตเตอร์ หรือไม่…

แฝด มาพร้อมชื่อหนังที่ดูเก๋ ทีเดียว ชื่อไทย : แฝด ชื่อฝรั่ง: Alone ขัดแย้งในรูปแบบที่ตั้งใจจะสื่อสารอะไรกับคนดูตั้งแต่ ‘ชื่อหนัง’ เนื้อเรื่องของแฝดนั้น กล่าวถึง สาวพิม (มาช่า วัฒนพานิช) ผู้ประสบความสำเร็จทั้งชีวิตการงาน และความรักหวานฉ่ำกับ วี (วิทยา วสุไกรไพศาล) แฟนหนุ่มสุด perfect ที่เพื่อนๆ เห็นแล้วยังอิจฉา กำลังฉลองวันเกิด ณ ประเทศเกาหลี (เอ…เหมือนผู้กำกับกำลังจะบอกว่า หนังเรื่องนี้ได้รับอิทธิพลจากหนังเกาหลี มาชนิดที่เรียกว่า ‘เพียบ’ ว่างั้นกันเลย) เพื่อนสาวเธอคนนึงนั่งดูดวงให้พิม แล้วบอกว่า บางสิ่งที่สูญเสียกำลังจะกลับมา…ทิ้งปมประเด็นไว้เปิดศึกความน่ากลัวต่อที่ประเทศไทย

เธอมีเหตุต้องกลับมาไทย เพราะคุณแม่ (รัชนู บุญชูดวง) ต้องเข้าโรงพยาบาล พิม เธอไม่อยากกลับหรอก เพราะเธอไม่อยากเผชิญเรื่องร้ายๆ ที่เกิดขึ้นกับฝาแฝด ‘พลอย’ ที่ต้องเสียชีวิต เมื่อตอนที่ผ่าตัดแยกร่าง แต่ด้วยเหตุเพราะคุณแม่ (หรือต้องการจะจำกัด ‘ผู้กุมความลับ’ เพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ให้หมดไป จึงถือโอกาสเดินทางกลับไปจัดการซะ)

เรื่องราวความน่ากลัวที่คุณจะพบในหนัง ก็ต่อไปจากนี้แหละครับ บรรจงปลดปล่อยออกมาในช่วงต้นของหนังแบบพะเรอเกวียน ในชนิดที่ว่า ไร้เหตุผลของภาพน่ากลัวนั้นอย่างสิ้นเชิง อาทิ พิม/พลอยถูกแขวนห้อยอยู่กับพัดลม ซึ่งเธอก็ไม่ได้เสียชีวิตแบบนั้น หรือภาพตาโบ๋ เลือดชุ่มโชก เอ…เธอโดนควักลูกตาเหรอเนี่ย

พอมาช่วงกลางถึงช่วงท้ายของหนัง ผีเริ่มจางหาย กลับกลายเป็นเรื่องของความเป็นจริง ผู้กำกับเล่นกับ ‘จิตวิทยา’ ต่อกันอย่างสนุกสนาน

ผมว่า “ผี” ที่ผู้กำกับต้องการสื่อ เป็นเพียงภาพหลอนที่ ‘เธอ’ รู้สึกไปเอง มากกว่าที่จะเป็นผีจริงๆ ครับ จริงๆ ผมอยากให้หนังเรื่องนี้ทำออกไปในแนวจิตวิทยา หลอนในแบบ Suspense Horror/ Thriller แบบสุดขั้วไปเลย จะดีกว่าเขียนบทให้หนังเป็นแบบ Horror แบบ ‘ผี’ ในช่วงกลางถึงช่วงท้ายของหนังที่หลายคนบอกว่า น่าเบื่อ และยืดยาดในบางตอน นั้น ผมกลับมองว่า เป็นส่วนที่สนุกสนานมากกว่าช่วงที่ผีขนทัพออกรบอีก

‘สัญลักษณ์’ ในเรื่องนี้ให้ความสำคัญมากครับ ทิ้งแว่นตา หมา กระจก สัญลักษณ์บทหาดทราย น่าสนใจและทำการบ้านมาดีมากทีเดียวเลย ส่วนในเรื่อง Production แสง มุมกล้อง บรรยากาศ ทำได้ดีในมาตรฐาน ครับ สิ่งที่น่าชื่นชมมากที่สุดคือ ฝีมือการแสดงของแฝดอีเกอรีฟ ทั้ง หทัยรัตน์ และ ฤทัยรัตน์ แฝดที่เล่นเป็น พิม กับพลอยตอนวัยรุ่น และมาช่าครับ ฝีมือล้ำสมกับผู้คร่ำหวอดในวงการบันเทิงมานานจริง ๆ นอกนั้น ‘แฝด’ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจจนต้องชื่นชมครับ

** ดูแล้วคงนึกถึงทั้งหนังเกาหลี และหนังฝรั่งหลายๆ เรื่องที่ แฝด ได้รับอิทธิพลมานะครับ แฝดสมชื่อครับ แฝดกับหนังที่ได้รับอิทธิพลมาจริงๆ ครับ ดูแล้วมันคล้าย (เหมือน) กันจริงๆ เลย
** หนังไม่ได้น่ากลัว น่าติดตามมากมายอย่างที่หลายคนคาดหวังครับ
** คงไม่ต้องเปรียบเทียบกับผลงานชั้นเซียนอย่าง ชัตเตอร์ ครับ ทิ้งกันแบบไม่เห็นฝุ่น
** หนังไทยครับ ไปอุดหนุนกันก็แล้วกัน

โดย ศร-รณ (aka ถั่วเขียว ณ ทุ่งสังหาร)
Rating: 3.00 / 6.00

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 3.4/5 (8 votes cast)

Posted in Horror Movie Reviews, Horror Movies A - C Tagged with: , , , , , ,

หนังญี่ปุ่นโรคจิต สยอง ใน All Night Long 3
September 10th, 2012 by ฟิล์มสยอง
หนังญี่ปุ่นโรคจิต สยอง ใน All Night Long 3

หนังญี่ปุ่นโรคจิต สยอง ใน All Night Long 3

All Night Long 3 : The Final Chapter
Ooru naito rongu 3: Saishuu-sho (1996)
นำแสดง: Yuujin Kitagawa (Kikuo Sawada), Ryoka Yuzuki (Hitomi Nomura), Tomorowo Taguchi (Kawasaki), Meika Seri, Mitsuzo Ishii, Hideki Kawamata, Mitsuru Hosokawa, Herachonpe
กำกับ: Katsuya Matsumura
เขียนบท: Katsuya Matsumura, Norio Minamigi
ประเภท: Horror

หนังญี่ปุ่นโรคจิต สยอง ใน All Night Long 3

หนังญี่ปุ่นโรคจิต สยอง ใน All Night Long 3

เรื่องย่อ…
…เรื่องราวของเด็กหนุ่ม Kikuo เด็กที่ชอบศึกษาเรื่องราวของชีววิทยา แมลง ต้นไม้เป็นชีวิตจิตใจ เขาเป็นคนที่เรียบร้อย ท่าทางสงบเสงี่ยม แต่ภายในใจลึกๆ แล้ว ยากเกินหยั่งถึง…

…Kikuo มีงานอดิเรกคือ นำสก๊อตเทปไปติดตามเสาไฟที่ทิ้งขยะของชาวบ้าน เพื่อดักจับแมลงมาเป็นอาหารให้ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง เขาไปเอาเหยื่อที่ติดกับสก๊อตเทป จนไปเจอหนังสือโป๊ที่ชาวบ้านนำมาทิ้งไว้ ตรงนี้เองเป็นจุดเริ่มต้นให้ Kikuo สนใจขยะที่ชาวบ้านทิ้ง

…Kikuo ได้พบกับถุงขยะใบหนึ่งที่มีทั้งบัตรประจำตัว ใบแจ้งหนี้ เศษเส้นผม ถุงน่อง ไปจนถึง…ผ้าอนามัยที่ใช้แล้ว…เขารู้สึกหลงใหลในเจ้าของถุงขยะใบนี้เป็นอย่างมาก …Kikuo เริ่มติดตามถุงขยะของเจ้าของคนนี้ที่เป็นสาวที่เขาเริ่มหลงใหล เขาเริ่มรู้สึกปรารถนาที่จะใช้ของใช้ส่วนตัวของสาวเจ้าของถุงขยะ (Hitomi Nomura) ทิ้งไปแล้ว อย่างแปรงสีฟัน ไม่แม้กระทั่งว่า อาหารที่ Hitomi กินเหลือ… Kikuo ก็กินของเหลือนั้นต่อด้วย ทั้งขนมปัง นม อย่างเอร็ดอร่อย

…แรงปรารถนาของ Kikuo ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เขาขยายขอบเขตเข้าใกล้สู่ตัวของ Hitomi มากขึ้น อาจเป็นเพราะงานพิเศษที่เขาทำตอนกลางคืน นั่นก็คือ เป็น Bellboy ทำความสะอาดในโรงแรมม่านรูด ภาพที่เขาเป็นหนุ่ม สาว ร่วมเพศกันอย่างเร่าร้อนมันช่างกระตุ้นความรู้สึกของ Kikuo ให้อยากกระทำต่อ Hitomi มากขึ้น

…เรื่องราวความรุนแรง เริ่มกระหน่ำ ฮึกเหิม เกินกว่าที่คนดูจะคาดเดาได้ ติดตามผลงานของ Katsuya Matsumura กันได้ครับ…

ความรุนแรง เซ็กส์ และโรคจิตเต็มขั้น…
All Night Long ถือเป็นผลงานเปิดตัวของ Katsuya Matsumura ก็ว่าได้…ผู้กำกับคุณภาพของญี่ปุ่นอีกคนที่มีมุมมองเกี่ยวกับหนัง Horror ได้น่าสนใจ และน่าติดตามมาก
All Night Long ไม่ได้เป็นเพียงหนัง Horror ที่ใส่เรื่องราวของ เซ็กส์ เข้าไปอย่างโจ่งครึ้มไร้เหตุผล แต่ Katsuya เติมเต็มด้วยเรื่องราวที่มีเนื้อหาน่าติดตามเข้าไปอย่างมีสเน่ห์ โดยเฉพาะใน ตอนที่ 3 : Final Chapter นี้ เล่าฉากจิต ๆ เรียกน้ำย่อยกันหน่อยละกัน…
– เริ่มด้วยบทของเด็กนักเรียนหญิงที่มีปัญหาต้องผ่าตัดบริเวรหัวเข่าไปจนถึงข้อขาช่วงล่าง เธอเป็นเด็กนักเรียนที่พับขาข้างนึงไม่ได้ เดินก็ไม่ปกติ ถูกเพื่อนนักเรียนด้วยกันกลั่นแกล้งตลอดเวลา (ความจริงในเรื่องนี้บทของสาวน้อยคนนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัว Kikuo เท่าไรนัก เพียงแต่ Katsuya ต้องการเปรียบเทียบให้คนดูเห็นว่านี่ก็เป็น ขยะอีกชิ้นในสังคมญี่ปุ่นในเรื่อง) เบื้องหลังของเธอนั้นเป็นพวกมาโซคิสต์ครับ ชอบการถูกทรมาน ภาพความรุนแรงอย่างตอนที่เธอมีความสุขกับการทำ Oral ให้กับเพื่อนของ Kikuo น้ำกามเลอะหน้าเต็มไปหมด หนำซ้ำยังไม่พอ เธอถูกเปลื้องผ้า โรยผงซักฟอก แล้วโดนฉีดน้ำ เอาแปรงขัด ยิ่งกว่าอาบน้ำให้หมาซะอีก…นอกจากนั้นสาวน้อยคนนี้ยังมีความสุขจากการที่คนอื่นทำร้ายโดยการเหยียบขาบริเวรที่เธอโดยผ่าตัดอีกด้วย เป็นความสุขจากความเจ็บปวดอย่างแท้จริง
– ฉากเด็กนักเรียนหญิงที่ถูก Kikuo จับตัวไปไว้ที่ห้อง เขาเริ่มทรมานเธอด้วยวิธีการต่างๆ นานา แต่เป็นการทรมานแบบโรคจิตนะครับ มันอาจจะไม่มีการตบตีรุนแรง แต่เป็นวิธีการทรมานที่สุดแสนจะโรคจิต และจบลงด้วยการหั่นเด็กสาวคนนั้นออกเป็นชิ้นๆ
– พฤติกรรมจิตๆ ของ Kikuo อย่างการกินอาหารของเหลือจาก Hitomi สาวที่เขาคลั่งใคล้จากถุงขยะที่เขาเก็บมา การเอาแปรงสีฟันที่ Hitomi ใช้แล้วมาดูด อม อย่างมีความสุข หรืออย่างการสะสมผ้าอนามัยรายวัน รายเดือน ไปจนการจินตนาการถึงสัดส่วนของ Hitomi ตั้งแต่สัดส่วนภายนอก หน้าอก เอว บั้นท้าย ไปจนถึงขนาดความสั้น-ยาวของอวัยวะเพศภายใน…โอ้ว…จิตสุดๆ

“ขยะ” กับ “ขยะสังคม” มุมมองที่มากกว่าความรุนแรง…
สิ่งที่ Katsuya พยายามจะสื่อมากกว่าความโหด ซาดิสต์ และโรคจิตเข้าขั้นรักษายากแล้วนั้น เขาต้องการจะเปรียบเทียบให้เป็นระหว่าง ‘ขยะ’ ที่เราไม่ต้องการ กับ ‘ขยะสังคม’ คนที่สังคมไม่ต้องการให้เห็นอย่างเด่นชัด การปฎิบัติต่อขยะสังคมในสังคมปัจจุบันก็ปฎิบัติได้ไม่แตกต่างไปจากขยะที่เราทิ้งกันอยู่ทุกวันนี้ การถูกเอารัดเอาเปรียบ คนที่แข็งแรง หรือ พวกมากกว่าก็มีโอกาสในการกลั่นแกล้ง รังแก คนที่ด้อย หรือ อ่อนแอกว่าเสมอ เป็นเรื่องที่ยากจะเยียวยาในสังคมปัจจุบันของเราจริงๆ ครับ เหมือนในบทที่ Katsuya และ Norio Minamigi (ผู้เขียนบท) พยายามสอดแทรกบทพูดของ Kikuo และ Dust Hunter (ชายวัยกลางคนในเรื่องที่ชอบเก็บขยะมาศึกษาเรื่องราวชีวิตของผู้คน) ที่พูดเกี่ยวกับการเปรียบเทียบชีวิตคนในสังคมปัจจุบัน กับขยะที่ผู้คนไม่ต้องการได้เห็นภาพ และได้คิดตามเลยทีเดียว…เรื่องราวใน All Night Long ไม่ได้มีเพียงแต่เนื้อเรื่องจิตวิปริต เซ็กส์ และความรุนแรงเท่านั้น ผู้กำกับยังสอดใส่เนื้อหาให้เราได้คิดตามกันอีกด้วย…

All Night Long 3 : The Final Chapter ที่ยังไม่จบลง…
ตอนแรกหนัง All Night Long ถูกทำเป็นซีรีย์ Trilogy เป็นสามตอนซึ่งตอนที่ 3 นี้เอง เป็นตอนจบของซีรีย์นี้ แต่หลังจากปี 96 ไป กระแสความสำเร็จของซีรีย์ 3 ตอนนี้ ยังไม่เคยจางหาย ทาง Katsuya (ผู้กำกับ) จึงตัดสินใจทำซีรีย์จิตโหดต่อ ถึงสองตอนคือ All Night Long 4 & 5 ได้ข่าวว่าภาค 4 โหด จิตวิปริตยิ่งกว่าตอนที่ 3 ซะอีก ตอนนี้กำลังเสาะหาดูอยู่ครับ…ใครได้ดูแล้วก็เอามาเล่าต่อกันได้

โดย ศร-รณ (aka ถั่วเขียว ณ ทุ่งสังหาร)
Rating: 5 / 6

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 2.7/5 (6 votes cast)

Posted in Horror Movie Reviews, Horror Movies A - C Tagged with: , , , ,

All Night Long 2 หรือ Atrocity (1994)
September 9th, 2012 by ฟิล์มสยอง
All Night Long 2 หรือ Atrocity (1994)

All Night Long 2 หรือ Atrocity (1994)

All Night Long 2 : Atrocity (1994)
Ooru naito rongu 2: Sanji
นำแสดง: Masashi Endo (Shun’ichi Noda), Ryoka Yuzuki (Sayaka Mizukami as Kanori Kadomatsu), Masahito Takahashi, Takamitsu Okubo, Miroku Igarashi, Keiichi Mano, Kei Nakata, Joichi Shimoide, Shinobu Kojima, Hideki Kawamata, Ayaka Hizubaki
กำกับและเขียนบท: Katsuya Matsumura
ประเภท: Horror

All Night Long 2 หรือ Atrocity (1994)

All Night Long 2 หรือ Atrocity (1994)

เรื่องย่อ: Shinichi เด็กหนุ่มเนิร์ด บ้าคอมพิวเตอร์ และโมเดลตุ๊กตาผู้หญิง กำลังใช้เวลาในช่วงปิดเทอมฤดูร้อนอย่างสงบสุข แต่ชีวิตนั้นไม่ได้ดำรงกันง่ายๆ อย่างที่คิด เมืองใหญ่ในญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยพวกแก๊งโรคจิตมากมาย Shinichi โดนแก๊งวัยรุ่นที่บ้าความรุนแรง ชอบการทรมาน การฆ่า และที่สำคัญ…พวกมันเป็นพวกแก๊ง Homosexual อีกต่างหาก

Shinichi โดนแก๊ง Homo รุมทำร้าย ทรมาน และ รีดไถเงิน หัวหน้าแก๊ง Homo หนุ่มเกย์หน้าตาดี สุขุม แต่ภายในจิตใจโคตรต่ำช้า และชื่นชอบการทรมานเป็นชีวิตจิตใจ หลงในตัวของ Shinichi และอยากร่วมรักด้วย ถึงกับต้องจำกัดเกย์คู่ขา..เขาได้ดึง Shinichi ให้เข้ามาสัมผัสกิจกรรมต่างๆ ในแก๊ง ไปจนถึงแสดงวิธีการทรมาน ทารุณ เหยื่อของพวกเขาในรูปแบบต่างๆ

เมื่อ Shinichi ซึมซับความรุนแรงต่างๆ เข้าไปอย่างไม่ได้ตั้งใจ เขาจะรับมือกับแก๊ง Homo นี้ได้อย่างไร ต้องติดตามครับ…

Atrocity…
All Night Long 2 หรือในตอนที่ชื่อว่า Atrocity แค่ชื่อตอนก็พอจะบ่งบอกได้แล้วครับว่าในหนังแผ่นนี้จะเจอเรื่องอะไรบ้าง…อย่างที่เรื่องที่เล่าให้ฟังกันครับ Shinichi ซึมซับความรุนแรงจากพวกแก๊ง Homo เข้าไปเต็มๆ จน Shinichi เปลี่ยนพฤติกรรมไปเป็นอีกคนได้อย่างไม่น่าแปลกใจ สิ่งที่ Katsuya Matsumura นำเสนอในเรื่องนี้ ต้องการจะสื่อให้เห็นอย่างชัดเจนครับว่า ความรุนแรงที่เราเสพเข้าไปทุกวัน ๆ จนเกินขีดจำกัด บางครั้งมันก็สร้างตัวตนในอีกบุคลิกหนึ่งให้เราได้เลยเหมือนกัน อย่างใน Atrocity จะว่าไป ก็เหมือนกับ “ฆาตกร สร้าง ฆาตรกร” ได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน เราคนดูหนังโหดๆ หนังสยอง ก็อย่าไปเลียนแบบพฤติกรรมดังกล่าวละกันครับ

ใน All Night Long 2 กับผลงานของ Katsuya Matsumura ก็ยังคงฝีมือที่ไม่ได้เน้นที่ฉากแหวะไส้ทะลักให้เหมือนผู้กำกับญี่ปุ่นสยองทั่วไป แต่ Matsumura เน้นที่ความโรคจิตในพฤติกรรม การแสดงออก ไปจนถึงลีลาการทรมานที่ทำให้เราหยีได้ไม่น้อย ถ้าหากเปรียบเทียบกันระหว่างหนังสามภาคในชุด All Night Long แล้ว ภาค 2 นี้แหละครับ สูสีความ “จิต” ได้ไม่แพ้กับ The Final chapter หรือ ANL Vol. 3 กันเลย…

ใครชื่นชอบดูคนถูกทรมานด้วยพฤติกรรมหลากหลายในสไตล์ญีปุ่นพันธุ์แท้…
ใครชอบดูพฤติกรรมเกย์สุดโหด…
ใครชื่นชอบดูด้านมืดของมนุษย์…
ใครชอบเห็นเลือด…
แนะนำครับ

โดย ศร-รณ (aka ถั่วเขียว ณ ทุ่งสังหาร)
Rating: 4.50 / 6.00

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 3.0/5 (5 votes cast)

Posted in Horror Movie Reviews, Horror Movies A - C Tagged with: ,