Stay (2005) Thriller สุดล้ำ…ความจริง ความฝัน และภาพหลอน

Stay (2005) thriller movie สุดล้ำ ความจริง ความฝัน หรือภาพหลอน
Stay (2005) thriller movie สุดล้ำ ความจริง ความฝัน หรือภาพหลอน

Stay (2005)
นำแสดง: Ewan McGregor (Sam Foster), Ryan Gosling (Henry Letham), Kate Burton (Mrs. Letham), Naomi Watts (Lila Culpepper), Elizabeth Reaser (Athena), Bob Hoskins (Dr. Leon Patterson) Janeane Garofalo (Dr. Beth Levy), B.D. Wong (Dr. Ren)
กำกับ: Marc Forster
เขียนบท: David Benioff
ประเภท: Thriller/Suspense/Mystery/Drama

Stay (2005) Thriller movie review
Stay (2005) Thriller movie review

เรื่องย่อ: เรื่องราวความสับสนระหว่างความจริงกับความฝัน ภาพจริงกับภาพหลอน สุดลวงตา การมีชีวิตอยู่กับความตาย เริ่มเรื่องจากนักจิตแพทย์ Sam Foster (Ewan McGregor) พยายามจะช่วยเหลือ Henry Letham (Ryan Gosling) นัก ศึกษาที่มีแผนจะฆ่าตัวตายในวันเสาร์ตอนเที่ยงคืนซึ่งเป็นวันเกิดครบรอบ 21 ปีของ เขาตามศิลปินผู้เป็นแรงบันดาลใจในการวาดภาพของเขา เมื่อ Sam ได้พูดคุยและ ติดตามพฤติกรรมของ Henry ทำให้ตัวของ Sam เองถูกดึงเข้าไปในวังวนของภาพ ที่เกิดขึ้นจริง กับภาพลวงตา จนเขาไม่สามารถแยกแยะออกได้ว่า อะไรคือความจริง หรือนี่เป็นเพียงความฝัน เหตุการณ์เริ่มตึงเครียดมากขึ้น เมื่อเรื่องราวดันมาเกี่ยวพันธ์ กับแฟนสาวของเขาด้วย ทำให้ Sam ต้องรีบค้นหาความจริงที่เกิดขึ้น ความจริงที่ ซ่อนอยู่ภายใต้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ Henry ความจริงที่พวกเขาทุกคนต้องเผชิญ…

Stay!

ต้องขอชมทีมงานทั้งหมดในการทำหนังเรื่องนี้ครับ เริ่มตั้งแต่ผู้กำกับ Marc Forster คนเขียนบท David Benioff ไปจนถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกำกับภาพทั้งหมด คนทำ คอมพิวเตอร์กราฟฟิค และคนตัดต่อ หนังเรื่องนี้ทำมุมมองของภาพได้ออกมาแปลก และน่าติดตามมาก ภาพคอมพิวเตอร์กราฟฟิคที่นำมาซ้อนกับภาพแห่งความจริงก็ทำ ออกมาได้สวยงาม ล้ำ และน่าพิสมัยเหลือเกิน บทที่ David Benioff เขียนขึ้นมาก็ทำ ได้ซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา จนขนาดเราเองเป็นคนดูยังไม่รู้เลยว่า เหตุการณ์ไหนเกิด ขึ้นจริงหรือเป็นภาพลวงตา

สำหรับตัวเราเองคิดว่า เป็นหนังดูยากพอสมควรเลยนะ ต้องมีสมาธิดูหน่อย ใครดูเอา เพลินๆ มันจะไม่เพลินไปด้วย จะพาหลับได้เหมือนกัน เพราะหนังออกไปในแนว Drama อยู่เหมือนกัน ไม่ได้มีบทโหด เลือดสาด เหมือนเรื่องอื่นๆ หนังเน้นบท และ ภาพที่สื่อนัยสำคัญอยู่ตลอดเวลา

หนังเรื่องนี้มีเป็นลิขสิทธิ์ออกมาด้วยครับ ทำออกมาโดย CVD เรื่องภาพและเสียงไม่ ต้องห่วง ใครอยากดูมุมมองของภาพ มุมกล้อง การตัดต่อภาพแปลกๆ หาดูได้เลยไม่ ผิดหวังแน่

โดย ศร-รณ
Rating: 4.40 / 6.00

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 4.3/5 (3 votes cast)

Cadaver ศพ (2006)

ศพ 2006 Thai Horror Movie
ศพ 2006 Thai Horror Movie

ศพ (2006)
Cadaver
นำแสดง: ณัทธมนกาญจน์ ศรีนิกรโชติ, นิรุตติ์ ศิริจรรยา
กำกับ: ดุลยสิทธิ์ นิยมกุล
เขียนบท: ศักดิ์ชาย ดีนาน, ดุลยสิทธิ์ นิยมกุล, อำนาจ แตงสมบูรณ์, รพีพิมล ไชยเสนาะ
ประเภท: Horror/ Thriller / Crime

ศพ (2006) Thai Horror Movie
ศพ (2006) Thai Horror Movie

เรื่องย่อ
บางคนอาจเคยตั้งคำถามในขณะที่หลายคนเพียงแค่สงสัย แล้วถ้าเป็นคุณหละจะทำอย่างไร

เมื่อมองยังร่างที่ปราศจากลมหายใจตรงหน้า ไม่รู้ประวัติ ไม่รู้ที่มา รู้แต่เพียงว่านี่คือร่างกายที่ไร้ชีวิตที่นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 2 ทุกคนต่างให้ความเคารพ ในฐานะ “อาจารย์ใหญ่” ครูผู้บริจาคร่างกายเป็นวิทยาทานเพื่อให้กับนักศึกษาแพทย์ทุกคนได้เรียนรู้ถึงความซับซ้อนภายในร่างกายมนุษย์ และนำความรู้ที่ได้จากร่างอาจารย์ไปเป็นประโยชน์ในการรักษาผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ต่อไป

มีเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับอาจารย์ใหญ่ แต่สำหรับ ไหม (รัน ณัทธมนกาญจน์ ศรีนิกรโชติ) แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นกลับเป็นประสบการณ์จริงที่ชวนขนลุก ซึ่งเกิดขึ้นในระหว่างที่เธอเข้าเรียนชั่วโมงแรกของวิชากายวิภาคศาสตร์ เมื่อจู่ๆ ร่างของอาจารย์ใหญ่ที่นอนสงบนิ่งก็เงื้อมมือขึ้นมาบีบคอเธอ

เหตุการณ์ต่อจากนั้นได้สร้างความหวาดผวามากยิ่งขึ้น เมื่อเธอรู้สึกว่ามีวิญญาณของผู้หญิงที่ไม่รู้จัก คอยติดตามเธอไปในทุกที่ ตั้งแต่ชั้นเรียน ห้องน้ำ มุมมืดในห้องพัก รวมทั้งข้างตัวเธอบนเตียงนอนที่บ้าน

ในท่ามกลางความสับสน และสถานการณ์ที่กำลังเลวร้ายลง อาจารย์นายแพทย์ประกิต (นิรุตติ์ ศิริจรรยา) ดูเหมือนจะเป็นคนเดียวที่แสดงความห่วงใยไหม และตัดสินใจยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือลูกศิษย์คนนี้ในทุกวิถีทาง

ไหมเริ่มตั้งคำถาม และค้นหาคำตอบอย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน นั่นคือการค้นหาที่มาของอาจารย์ใหญ่ แต่ดูเหมือนยิ่งสาวยิ่งลึก และมีบางสิ่งที่ซับซ้อนเกินกว่าที่ผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอจะต้านทานไหว บางอย่าง ที่เกี่ยวพันและเชื่อมโยงถึงผู้หญิงที่ชื่อดาหวัน กับร่างของอาจารย์ใหญ่ตรงหน้าเธอ ความจริงในด้านมืดที่ชวนขนลุก และเหตุการณ์ที่เลวร้ายในอดีตกลับมาหลอกหลอนเธอขึ้นอีกครั้ง

เนื้อเรื่องเบาหวิว…ประเด็นที่สุดไร้น้ำหนัก และไม่ควรนำมาใส่
นี่เพิ่งดูจบสด ๆ ร้อนๆ มีหลายประเด็นสงสัยและแคลงใจ…ไม่รู้คนเขียนบทจะเขียนบทให้เป็นดั่งที่ออกฉายไปทำไม หากดูเอาหลอน ผมก็ต้องบอกเลยว่า มันไม่หลอนเลยสักนิด (หากเทียบหนังไทยด้วยกัน) หากดูเอาเนื้อเรื่อง เอาสาระ และน้ำหนักของบทภาพยนตร์ ผมก็ต้องขอเตือนไว้เลยว่า บทมันช่างเบาหวิว ไร้น้ำหนัก และชวนให้ผิดหวังเป็นที่สุด สิ่งหลักๆ ที่ทำให้เรื่องนี้ดูไม่สนุกก็คือ “การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร” โดยเฉพาะเรื่องนี้มีตัวละครเดินเรื่องหลักอยู่ 2 คนคือ ไหม (รัน ณัทธมนกาญจน์ ศรีนิกรโชติ) และ อาจารย์นายแพทย์ประกิต (นิรุตติ์ ศิริจรรยา) การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครสองตัวนี้ ทำเอาผมได้มึนงง (และคิดว่าคนดูหลายคน คงจะสงสัยไม่น้อย) ในบทภาพยนตร์ดูเหมือนว่า พยายามจะสร้างให้คนดูคิดว่า อาจารย์และนักศึกษาสองคนนี้มีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง ทั้งแววตาของอาจารย์ประกิตที่มีต่อไหม รวมไปถึงท่าทาง การจับหน้าขา และบีบ พร้อมกับพูดว่า “ขอให้เรากลับไปเป็นอย่างเดิม…” อะไรเทือกนี้ ซึ่งชวนแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์เกินเลยระหว่าง อาจารย์และลูกศิษย์ ซึ่งหากผู้เขียนบท พยายามจะชักจูงคนดูไปในทางนั้น ก็ควรจะชี้ชัดให้เห็นในส่วนนั้นกันไปเลย แต่นี่ พอดูไป ดูมา มันเหมือนกับไม่มีอะไรในกอไผ่ ระหว่างอาจารย์ และลูกศิษย์ แต่กลับเพียงว่า อาจารย์หมอ ได้ชวนปกปิดเรื่องการตาย ของแฟนของไหมเท่านั้นเอง (แล้วตอนแรก ไม่รู้จะเขียนบทให้พาคนดูคิดไปในแง่นั้นทำไม!?!@? ดูแล้วเสียอารมณ์มาก..)

ใครได้อ่านอาจจะพาลคิดว่า ประเด็นเพียงเท่านี้ทำให้ผมหัวเสียขนาดนี้ได้เลยเหรอ ก็จะบอกว่า ใช่ครับ…เพราะมันเหมือนเป็น theme หลักของเรื่องที่จะพาคนดู คิดไปในแง่ไหน ต่อแง่ไหน ได้อีกเยอะ หากผู้เขียนบท (ซึ่งที่ผมเห็นข้อมูล มีอยู่หลายคนเหมือนกัน) ใส่ใจในรายละเอียดเหล่านี้ให้เยอะหน่อย จะทำให้หนังน่าดูขึ้นมาอีกเยอะ (มีหลายฉากที่หลุดๆ กันไป เพื่อนๆ ได้อ่านข้อมูลตามบอร์ดต่างๆ คงได้ทราบกันแล้ว อาทิ พี่ยาม ที่อยู่ในเหตุการณ์ตอนแฟนไหมตาย ในฉากแรกแกอ่านหนังสือโป๊ พอต่อมา แกดันอ่านหนังสือ ศาลาคนเศร้า…ฮาไปตาม ๆ กัน ไซร์หนังสือเล็ก – ใหญ่ต่างกันมากกกก ไม่รู้ปล่อยให้หลุดออกมาได้ไง)

นี่ไม่ขอพูดเรื่องฉากสยองนะครับ…เพราะพูดไปจะยิ่งทำให้หัวเสียหนักกว่าเก่า เอาเป็นว่า ใครเป็นแฟนหนังสยองขวัญอยู่แล้ว คงดูแล้วไม่รู้สึกอะไรเท่าไรครับ เพราะมันก็จะเป็น plot เดิมๆ ท่าที ท่าทางเดิม ๆ ผีตัวเดิม ๆ มุกเดิมๆ เท่านั้นครับ แต่หากใครเป็นคนขวัญอ่อนก็ไปดูได้ครับ อาจพาลให้สะดุ้งได้เล็กน้อย ถึงปานกลาง…ทว่า ขนาดผมดูหนัง แล้วเป็นคนชอบอินน์กับหนังแล้ว ไอ้เรื่องนี้ ผมยังไม่อินน์เลยครับ ฮ่า ฮ่า

เรื่องดี เพียงเรื่องเดียว
ผมไม่รู้จักนักแสดงฝ่ายหญิงมาก่อนครับ ไม่ทราบว่าคุณรัน ณัทธมนกาญจน์ ศรีนิกรโชติ แกเคยแสดงละคร หรือหนัง หรือแสดงโฆษณามาก่อนหรือเปล่า หากเป็นดาราหน้าใหม่แล้วแสดงให้แบบนี้ ก็ขอยอมรับครับ เพราะทำสีหน้า ท่าทาง อมทุกข์ แบกโลกไว้ทั้งใบได้น่าดูไม่น้อย ส่วนดารานำฝ่ายชาย อย่างคุณนิรุตติ์ คงไม่ต้องพูดถึง เพราะแกแสดงได้สุดยอดอยู่แล้วครับ

ใครอยากสนับสนุนหนังไทย ก็ไปดูได้ครับ ดูเพลิน ๆ แต่ใครเป็นแฟนหนังสยองขวัญ แล้วต้องการเสพในส่วนนั้น ก็ขอเตือนด้วยความหวังดีครับ จะชวนเอาหัวเสียและผิดหวังเปล่าๆ

โดย ศร-รณ
Rating: 2.00 / 6.00

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 1.3/5 (3 votes cast)

Snuff (1976) เรื่องจริง หรือการถ่ายทำ…ติดตามกันได้ใน Snuff ฉบับปี 1976

Snuff (1976) เรื่องจริง หรือการถ่ายทำ…ติดตามกันได้ใน Snuff ฉบับปี 1976
Snuff (1976) เรื่องจริง หรือการถ่ายทำ…ติดตามกันได้ใน Snuff ฉบับปี 1976

Snuff (1976)
นำแสดง: Margarita Amuchastegui (Angelica), Ana Carro (Ana), Liliana Fernandez Blanco (Cult Member), Roberta Findlay (Cult Member), Alfredo Iglesias (Horst’s Father), Enrique Larratelli (Satan), Mirtha Massa (Terry London), Aldo Mayo (Max Marsh), Clao Villanueva (Horst)
กำกับ: Michael Findlay, Roberta Findlay
เขียนบท: A. Bochin, Michael Findlay
ประเภท: Horror

Snuff (1976) เรื่องจริง หรือการถ่ายทำ…ติดตามกันได้ใน Snuff ฉบับปี 1976
Snuff (1976) เรื่องจริง หรือการถ่ายทำ…ติดตามกันได้ใน Snuff ฉบับปี 1976

หนึ่งในหนังที่ถูกยกย่องให้เป็นหนังคัลต์ในอเมริกา “Snuff” สร้างขึ้นมาพร้อมกับการโปรโมทควบคู่กับตำนานสยองการฆาตรกรรมสยองของดารานักแสดงสาวสวย Sharon Tate (ดาราสาวสวยชื่อดังในช่วงยุค 60’s ที่ตายจากการถูกฆาตรกรรม) ในลักษณะของ Snuff Film

เรื่องราวของกลุ่มลัทธิที่มีพฤติกรรมในลักษณะของฆาตรกรต่อเนื่อง ผู้นำของกลุ่มมีชื่อว่า Satan หรือ Satahn บุคคลที่ศรัทธาและดำรงชีวิตในแบบของ Charles Manson ฆาตรกรสุดโหด และสมาชิกของกลุ่มที่ล้วนแล้วแต่เป็นหญิงสาวสุดสวยเซ็กซี่ อาทิ Angelica, Ana (น่ารักดีคนนี้), Susana, Carmela โดยเรื่องจะผูกกับสาว Terry London สาวนักแสดงอเมริกัน เดินทางมาที่ South America เพื่อถ่ายทำภาพยนตร์ ก่อนที่เธอจะถูกฆาตกรรมโดยกลุ่มลัทธิของ Satan (นอกจากหัวหน้ากลุ่มจะชื่อ Satan แล้ว สมาชิกกลุ่มนี้ยังนับถือซาตานอีกด้วย) เรื่องราวยังไม่จบลงแค่บนแผ่นฟิล์ม ในช่วงตอนท้ายของหนังเรื่องนี้ ยังถ่ายให้เห็นภาพเบื้องหลังการถ่าย ภาพหลังจากผู้กำกับสั่ง “คัท”ภาพของดาราชายในเรื่องเดินเข้าไปหานางเอกของเรื่อง และเขาสองคนเริ่มกุ๊กกิ๊กกันโดยที่ดาราสาวไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังถูกถ่ายทำบทรักเร้าโลมอยู่ เมื่อฝ่ายหญิงรู้ตัว ก็ขอให้ทางฝ่ายชายหยุดการกระทำนั้นซะ…แต่เรื่องราวไม่เป็นดั่งคาด ฝ่ายชายเริ่มใช้กำลังทำร้ายดาราสาว จนถึงขั้นใช้มีดกรีด และคว้านไส้หล่อนออกมาด้วยความบ้าคลั่ง …นั่นมันคือ เรื่องจริง หรือการถ่ายทำกันแน่…ลองติดตามดูใน Snuff!!!

เดิมที Snuff ฉบับดั่งเดิมออกมาตั้งแต่ปี 1971 ในชื่อเรื่องว่า Slaughter หนังเกรดต่ำ ทุนต่ำของอาร์เจนตินา แต่เต็มไปด้วยความสร้างสรรค์เชิงลบของสองสามีภรรยา Michael และ Roberta Findlay ถูกทาง Allan Shackerton ผู้เห็นอะไรบางอย่างในหนังเรื่องนี้ซื้อมาทำอีกครั้ง ออกมาในปี 1976 ใครอยากดูหรือศึกษา Snuff Film ตั้งแต่ยุค 70’s หนังซาวนด์แบบโมโน (ประมาณว่า ถ้าตัวผู้ร้ายหรือ Satan ออกมาทีไร ต้องทำเสียงก้องให้รู้ว่า “เจ้านี่แหละ…ตัวร้ายของเรื่อง” เลย) ห้ามพลาดหนังเรื่องนี้เด็ดขาดครับ!

โดย ศร-รณ (aka ถั่วเขียว ณ ทุ่งสังหาร)
Rating : 3.00 / 6.00

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 2.7/5 (6 votes cast)

ดึก ดึก ดึ๋ย ดึ๋ย กับเจ้าตัวน่ารักปลาดุกดาวอังคารแสนโหดใน Slither (2006)

หยอง กับ เลื้อย...ดุ ปลาดุกดาวอังคารแสนโหดใน Slither (2006)
หยอง กับ เลื้อย…ดุ ปลาดุกดาวอังคารแสนโหดใน Slither (2006)

Slither (2006)
นำแสดง: Nathan Fillion (Bill Pardy), Elizabeth Banks (Starla Grant), Gregg Henry (Jack MacReady), Michael Rooker (Grant Grant), Tania Saulnier (Kylie Strutemyer), Don Thompson (Wally), Xantha Radley (Uptight Mom), Brenda James (Brenda Gutierrez), Jenna Fischer (Shelby)
กำกับและเขียนบท: James Gunn
ประเภท: Horror/Sci-Fi/Comedy

หยอง กับ เลื้อย...ดุ ปลาดุกดาวอังคารแสนโหดใน Slither (2006)
หยอง กับ เลื้อย…ดุ ปลาดุกดาวอังคารแสนโหดใน Slither (2006)

เรื่องย่อ: วีห์ลซี่ ก็เหมือนเมืองเล็กๆ ทั่วไปในอเมริกาที่สงบ สวยงาม และผู้คนรักสันโดษ แต่เบื้องหลังเสน่ห์เหล่านี้ สิ่งแปลกปลอมและชั่วร้ายบางอย่าง ได้เดินทางมาถึง และค่อยๆ เจริญเติบโต…

ดูเหมือนไม่มีใครสังเกตถึงสิ่งผิดปกติ ตั้งแต่เสาโทรศัพท์ถูกกีดขวางแบบประหลาด ชายที่รวยที่สุดในเมืองอย่าง แกรนต์ เริ่มมีพฤติกรรมประหลาด สัตว์เลี้ยงของชาวนาก็ถูกทำร้ายอย่างสยดสยอง และหญิงสาวเริ่มหายตัวไปอย่างลึกลับ

นายอำเภอ Bill Pardy (Nathan Fillion) และคนของเขา จึงต้องร่วมมือกันค้นหาความจริง ว่าอะไรกำลังบุกเมืองแสนสงบของพวกเขา ด้วยความช่วยเหลือจาก Starla Grant (Elizabeth Banks) ภรรยาของ Grant ซึ่งสิ่งที่คนเหล่านี้ต้องเผชิญ คือสิ่งมีชีวิตสุดสยองจากนอกโลก ที่ต้องการเขมือบทุกชีวิตบนโลกนี้ให้สิ้นซาก!!!

James Gunn…นายเจ๋งมาก!
James Gunn เคยฝากผลงานการเขียนบทไว้กับหนังทั้งตลก น่ารัก ขำ ๆ อย่าง Scooby Doo จนถึงการร่วมงานในหนังโหด เลือดสาด ซอมบี้ ผีดุ อย่าง Dawn of the dead มาแล้ว ดังนั้นในเรื่อง Slither จึงมีส่วนผสมของความแหวะ ขยะแขยง กับมุขอารมณ์ขันเสียดสีผสมปนเปกันได้อย่างไม่เขอะเขิน ถือเป็นผู้กำกับ ผู้เขียนบทที่อายุน้อยแต่มีผลงานไม่ธรรมดาคนหนึ่งเลยทีเดียว ในอนาคตหนุ่มคนนี้จะต้องประสบความสำเร็จมากกว่านี้แน่นอนครับ

หยอง กับ เลื้อย…ดุ (ปลาดุกดาวอังคารแสนโหด…บางมุมก็ดูน่ารักดี)
มาเพลิดเพลินและร่วมกันแหวะกับครึ่งชั่วโมงสุดท้ายของหนังเรื่อง Slither กัน…
– ฉากตัวหยองเจ้าปลาดุกดาวอังคาร (จินตนาการเอา) นับล้านจู่โจมเลื้อยเข้าปาก เจาะพุง ทะลุรูตูดกลุ่มชาวบ้าน โดยเฉพาะฉากเจ้าหยองและแสนโหด เลื้อยในอ่างราวตัวอสุจิว่ายมุ่งตรงสู่ปากของสาวน้อยที่กำลังเพลิดเพลินกับการนอนแช่อ่างน้ำมันช่างดูน่าขยะแขยงอิ่มพิลึกเลย…
– ฉากที่หลังจากปลาดุกดาวอังคารเข้าดูดกลืนกินร่างกายของชาวบ้าน เกิดปฎิกริยาทำให้ชาวบ้านกลายร่างเป็นซอมบี้พ่นปลาดุกดาวอังคารโคตรน่าหยะแขยงแต่แฝงความน่าดูชมได้อย่างสร้างสรรค์…โอ้วว ใครที่ไม่ชอบสัตว์เลื้อยคลาน ดูเรื่องนี้คงจะแหยงกับสัตว์เลื้อนคลานไปตลอดชีวิตแน่ๆ เหอ เหอ (ตอนนี้ชาวบ้านถูกแกรนต์สิงร่างซะแล้ว)
– เห็นสัญชาติญาณการรักษาเอาตัวรอดของ สตาร์ลา ภรรยาสาวของสัตว์ประหลาดแกรนต์ บรรจุเอาแท่งเหล็กเสียบทะลุคอของชาวบ้านที่ถูกปลาดุกดาวอังคารเข้าสิงก็น่าดูไม่น้อย…ฉากนี้ทำเอาตำรวจและชาวบ้านคนอื่นหลอนกับพฤติกรรมของสตาร์ลากันไปตามๆ กัน และหลังจากฉากนี้ สตาร์ลา..เธอจะกลายเป็นนักล่าปลาดุกดาวอังคารที่โคตรเก่ง (ตามบทพาไป อิ อิ)
– ฉากเจ้าแกรนต์ปีศาจสยองปลาดุกดาวอังคารกำลังดูดกลืนกินทาสซอมบี้ปลาดุกหลากหลายเผ่าพันธุ์นั้นก็เป็นหนึ่งในฉากที่คุณอาจจะต้องร้องหยีได้ครับ~!!@!!  มันน่าเกลียดเหนือคำบรรยายจริงๆ …ซึ่งในฉากเดียวกันนี้ มีบทที่สตาร์ลาภรรยาสาวทำโรแมนติกหลอกล่อแกรนต์ ดูแล้วชวนเศร้า น่าสงสาร ก่อนที่สตาร์ล่าเธอจะเล่นบทไล่ล่าอีกครั้ง โอ้ว มันครับ น้ำหนอง เลือด คราบแหยะๆ น้ำเมือก เต็มฉากไปหมดจริงๆ

สุดท้ายครับ…ซาวนด์แทร็กในเรื่องนี้ เพลงเพราะๆ ทั้งนั้นครับ ไม่ว่าจะเป็น Every Woman in the Wolrd ของ Air Supply เพลงคันทรี โคตรเพราะ จาก Jonny Kaplan and the Lazy Stars ในเพลง Stick Around ผลงาน Folk/Country สุดคลาสสิกจาก Hank Thompson ในเพลง I Find You Cheatin’ On Me เพลงใส ๆ เพราะ ๆ ซึ้ง ๆ จาก Crystal Gayle ในเพลง I Don’t Want to Lose Your Love และอีกเพียบครับ ลองไปหาฟังกันได้ ไม่แน่ใจว่ามีซาวนด์แทร็กทำออกมาจำหน่ายหรือเปล่า ใครสนใจก็ออกแรงหากันหน่อยครับ

โดย ศร-รณ (aka ถั่วเขียว ณ ทุ่งสังหาร)
Rating: 4.00 / 6.00

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 3.3/5 (3 votes cast)

Sick nurses (2007) สวยลากไส้…7 คืนหลังความตาย คนที่ตายไปแล้วจะกลับมาหาคนรัก และในคืนนั้นผู้หญิงสวยทั้ง 7 คนนี้ กำลังถูกตาม…ลากไส้

Sick nurses สวยลากไส้ (2007)
Sick nurses สวยลากไส้ (2007)

Sick nurses (2007)
สวยลากไส้
นำแสดง: พลอย ชิดจันทร์ รุจิพรรณ, ตาล กัญญา รัตนเพชร, ดลรส เดชะประทุมวัน, โอซา วัง, บี อำไพรัตน์, เอ็ม อำไพวรรณ เตชะภูวภัทร, ชล วจนานนท์
กำกับ: ทศพล ศิริวิวัฒน์,พีระพันธ์ เหล่ายนตร์
ประเภท: Horror

Sick nurses สวยลากไส้ (2007)
Sick nurses สวยลากไส้ (2007)

เนื้อเรื่องย่อ: 7 คืนหลังความตาย คนที่ตายไปแล้วจะกลับมาหาคนรัก และในคืนนั้นผู้หญิงสวยทั้ง 7 คนนี้ กำลังถูกตาม…ลากไส้
หญิงสาว…เซ็กซี่แสนสวย
หญิงสาว…ร่ำรวยแบรนด์เนม
หญิงสาว…ผู้ปรีเปรมกับการกิน
หญิงสาว…อินเทรนด์กับการออกกำลังกาย
หญิงสาว…ผู้หลงใหลในรูปรสของกันและกัน
หญิงสาว…ผู้มั่นคงและบูชาในความรัก
ในคืนวันที่ 7 คนที่ตายไปแล้วกำลังจะกลับมาหา…พวกเธอ

กลางดึก เวลา 23.45 น. ณ โรงพยาบาลลึกลับแห่งหนึ่ง เกิดเหตุการณ์สยองขวัญขึ้นกับเหล่านางพยาบาลสาวสวยทั้ง 7 คน อันได้แก่ พยาบาลนุ๊ก(พลอย ชิดจันทร์ รุจิพรรณ) สาวหวาน สวยและเซ็กซี่, เอ๊ะ (ตาล กัญญา รัตนเพชร) พยาบาลสาวมาดไฮโซ, โจ้ (ดลรส เดชะประทุมวัน)สาวสุดเซ็กซี่ หุ่นดีแต่ชอบการกินเป็นชีวิต, ยิ้ม (โอซา วัง) สาวที่รักการออกกำลังกาย, อรและแอม (บี อำไพรัตน์, เอ็ม อำไพวรรณ เตชะภูวภัทร) ฝาแฝดที่หลงใหลในรูปร่างหน้าตาของกันและกัน สุดท้ายคือพยาบาลตาหวาน (ชล วจนานนท์) หญิงขาว หมวยน่ารัก กำลังถูกตามล่าอย่างโหดเหี้ยม

ดังนั้น สิ่งที่นางพยาบาลทั้งเจ็ดต้องทำ คือมีชีวิตรอดให้พ้นสิบห้านาทีสุดท้ายของคืนนี้ให้ได้ แต่ท่าทางจะยากเหลือเกิน เพราะเรื่องราวความสยองขวัญมันสุดวิปริตพิสดารเหนือความคาดหมาย “จะมีใครมั้ยที่จะรอดพ้นเวลาแค่สิบห้านาทีของคืนนี้ไปได้”

สวยชิบเป๋ง!
ผมเพิ่งได้มีโอกาสดูหนังเรื่องนี้จากดีวีดีที่ทำ package ออกมา (สวยงาม น่าสะสมดีครับ) หลังจากที่ได้ร่วมฟังการสนทนาของเพื่อนๆ แฟนหนังสยองถึงเรื่องราวของหนังเรื่องนี้ เมื่อครั้งที่ “สวยลากไส้” กำลังฉายอยู่ตามโรงภาพยนตร์ มีทั้งแง่บวก และแง่ลบ (มาก) คละเคล้ากันไป ตามแต่ทัศนคติ ความนิยมชมชอบเป็นการส่วนตัว แต่ยังไงก็ตามผมนั่งอยู่ในวงสนทนาครั้งนั้นไม่นานครับ กลัวพวกมันจะสปอยให้ฟังซะก่อน ดูหนังไม่มันกันพอดี

โอ้…สวยครับ สวยสมชื่อหนังกันเลยทีเดียว สาว ๆ ทั้ง 7 คน กับอีก 6 บุคลิกลักษณะที่เป็นตัวแทนของสาวสมัยใหม่ พล๊อตเรื่องทำได้เข้าท่าดีครับ บอกถึงพฤติกรรมของสาวสมัยใหม่ได้ชัดเจนและเห็นภาพ การดำเนินเรื่องใช้เวลาเพียง 15 นาทีเป็นตัวบอกเรื่องราวความสยดสยอง สอดแทรกด้วยภาพเหตุการณ์ในอดีตย้อนให้เห็นถึงที่มาที่ไปของเรื่องราวตามแบบฉบับพิมพ์นิยมหนัง thriller / horror ยุคใหม่ ถ้าหากมองในเรื่องราวของบทภาพยนตร์ การที่ต้องการจะสื่อ หรือ บอกเตือนสาว ๆ สมัยนี้ ผมว่าถ้าใครดูหนังแล้วย้อนมองดูตัวเอง ก็คงจะได้แง่คิดสอดแทรกกันไปจากความบันเทิงของหนังเรื่องนี้ครับ แต่หากผู้รับชม เป็นหนุ่มๆ ที่ต้องการจะดูสาวๆ สวย ๆ มาเล่นสีกันอย่างสนุกสนานก็ต้องบอกว่า สนองความต้องการของท่านได้ เพราะแม่นางทั้งเจ็ดนั้นสวยหลากสไตล์จริงๆ ! สวยชิบเป๋ง!

สวยไส้ลาด!
นางพยาบาลครับ นางพยาบาล…เหอ เหอ เล่นเอาสาวสวยๆ มาใส่ชุดนางพยาบาล เดินในโรงพยาบาล (เทียม) แล้วเล่นเลือดให้ไส้ลาด! เซ็กส์ซี่ สยอง เป็นหนึ่งในพล๊อตหนังสยองที่ใช้ทีไรก็ได้ผล..ไม่ว่าจะเป็นแฟนหนังสยอง หรือเฒ่าหัวงู ต่างชูชัน ไปหา ไปคว้ามาดูกันได้อย่างเพลิดเพลิน…

ฉากโหดๆ ฉากสยองๆ ของหนังเรื่องนี้ก็ทำได้กระชับ ฉับไว ไม่ต้องลุ้นให้เสียเวลา เพราะฉากดังกล่าวมันมาตั้งแต่เริ่มเรื่องกันเลย มุมกล้องอาจจะดูแปลกใหม่สำหรับแฟนหนังทั่วไปที่ไม่ค่อยได้ดูหนังสยอง แต่อาจจะเป็นมุมกล้องธรรมดาๆ ของแฟนหนังสยองที่ดูมันแต่หนังสยอง ภาพการตายของพยาบาลสาวทั้ง 6 บุคลิกถูกกำหนดให้ตาย ด้วยความชอบส่วนตัวของแต่ละคน อาทิ ใครชอบกิน ก็ตายเพราะกิน ใครชอบของหรู ก็ตายเพราะของหรู ใครชอบออกกำลังกาย ก็ตายเพราะออกกำลังกาย เป็นต้น คงไม่ต้องบรรยายอะไรมากครับ คิดว่าเพื่อนๆ หลายคนคงจะนึกพล็อตกันออก

ผมชอบการดำเนินเรื่องของสาวที่ชื่อ “โจ้” มากที่สุดครับ สาวบ้ากิน กินทุกอย่างที่ขวางหน้า…ฉากการตายของโจ้ จะจบชีวิตลงในห้องดองอวัยวะ หากผู้กำกับบ้าเลือดมากกว่านี้ ผมแนะนำให้สาวโจ้เดินเปิดขวดหยิบอวัยวะดองขึ้นมากินทีละขวด ทีละขวด กรุ๊บ ๆ ก่อนให้ซัดใบมีดหมอที่เลาะขากรรไกร จนกรามหลุด ลิ้นห้อย ตายอย่างสวยงามกันไป น่าจะเข้าท่าไม่น้อย

ส่วนฉากที่ผมไม่ชอบ และคิดว่าแฟนหนังสยองของ Takashi Miike หลายคนคงไม่ชอบ ก็คือฉากตอนจบของเรื่อง ที่สาวตาหวานคลานออกมาจากช่องคลอดของพยาบาลนุ๊ก โอ้ว…ทั้งมุมกล้อง ทั้งซาวนด์ ทั้งท่าทางของตัวแสดง มันช่าง….เหลือเกิน ไม่น่าครับ ไม่น่าเลย…ผมว่า เดี๋ยวนี้คนไทยไม่ได้อยู่แค่ในกะลาครับ สื่อมากมาย มีให้เลือกสรร หนังมากมายมีให้เลือกหา การกระทำแบบนี้ ใครได้ดูก็คงคิดได้ครับว่าหมายถึงอะไร..ถือเป็นความคิดเห็นของคนดูคนนึงละกันนะครับ ผมมันแฟนหนังน้า Miike เค้า เลยดูแล้วมันหงุดหงิดพิลึก!

หนังสยองของไทยอีกเรื่องที่ตั้งใจทำออกมาให้คนไทยแฟนหนังสยองได้เสพกันครับ…ใครอยากเสพหนังสยองสอนใจหญิง ก็ลองหามาดูได้เพลิน ๆ ครับ หรือใครอยากดูหนังสยองเซ็กส์ซี่ น่ารัก ก็หามาดูกันได้ไม่ว่าจ้า ^^

ตัวอย่างหนังสวยลากไส้

โดย ศร-รณ (aka ถั่วเขียว ณ ทุ่งสังหาร)
Rating: 3.00 / 6.00

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 3.3/5 (4 votes cast)

Silent Hill (2006) เมืองห่าผี…ถ่ายทอดความชั่วร้ายจากเกมส์ลงสู่แผ่นฟิล์ม

Silent Hill (2006) เมืองห่าผี
Silent Hill (2006) เมืองห่าผี

Silent Hill (2006)
เมืองห่าผี
นำแสดง:Radha Mitchell (Rose Da Silva), Sean Bean (Christopher DaSilva), Laurie Holden (Cybil Bennett), Deborah Kara Unger (Dahlia Gillespie), Kim Coates (Officer Thomas Gucci), Tanya Allen (Anna), Alice Krige (Christabella), Jodelle Ferland (Sharon DaSilva/Alessa Gillespie)
กำกับ: Christophe Gans
เขียนบท: Roger Avary
ประเภท: Horror/Thiller/Mystery/Fantasy

Silent Hill (2006) เมืองห่าผี
Silent Hill (2006) เมืองห่าผี

เรื่องย่อ…
เรื่องเริ่มต้นจากอาการป่วยลึกลับของ Sharon เด็กสาวคนหนึ่งที่คุณแม่ Rose กับ คุณพ่อ Christopher พยายามจะรักษาอาการป่วยของลูกให้ได้ อาการของ Sharon ที่ว่านี้ เป็นอาการเหมือนละเมอ ฝันร้าย และพูดเพ้อถึงชื่อ “Silent Hill”

Rose ผู้เป็นแม่ อยากจะรักษาอาการของลูกมากถึงขั้นค้นคว้าถึงคำว่า Silent Hill ไป จนเจอว่ามันเป็นชื่อเมืองลึกลับแห่งหนึ่ง สามีไม่อยากให้เธอต้องไปเสี่ยงกับเมืองที่มีตำนานน่ากลัวเล่าขานต่างๆ มากมาย แต่ Rose ไม่ฟัง เธอพาลูกไปในเมืองแห่งนั้นเพื่อไขปริศนาและรักษาอาการของลูกสาว

ในระหว่างการเดินทาง เธอและลูกสาวต้องพบกับอุบัติเหตุจนต้องหมดสติไป…พอเธอตื่นมาอีกทีก็พบว่าลูกสาวได้หายตัวไปแล้ว Rose จึงออกตามหาพร้อมกับตำรวจหญิง ผู้ต้องเข้ามาร่วมชะตากรรมนี้ด้วย

เมืองร้างที่มีอดีตความรุนแรง คำสาปต้องมนต์ เรื่องราวของปีศาจ การชดใช้ในชะตากรรมที่พวกเขาต้องพบใน Silent Hill…

Chistophe Gans และทีมงาน…
ไม่แปลกใจเลยครับที่ ผู้กำกับอย่าง Christophe Gans สามารถถ่ายทอดความ Evil จากเกมลงแผ่นฟิล์มได้อย่างไม่เขอะเขิน จากผลงานก่อนหน้านี้ที่เขาเคยนำผลงานการเขียนของ H.P.Lovecraft ที่เขียนเกี่ยวกับเรื่องราวของ Necronomicon ตำราที่เหล่าบูชาปีศาจ ซาตาน เคารพบูชา (นักดนตรีเมทัลหลากหลายเผ่าพันธุ์ศึกษา และ ยกย่องให้ Necronomicon เป็นตำราศาตราวุธความชั่วร้ายขับแรงบันดาลใจในการเขียนเพลงได้อย่างเข้าถึง) มาถ่ายทอดลงแผ่นฟิล์มกันครั้งหนึ่งในปี 1994 สนองตัณหาผู้ที่ต้องการศึกษาปีศาจได้เป็นอย่างดี มาถึงในเรื่อง Silent Hill เขาทำได้แบบเข้าถึงในส่วนของจินตนาการความชั่วร้ายอย่างสุดขั้ว เพียงแต่ว่าการนำเอาเกม สิ่งที่ดูเสมือนจริงอยู่แล้ว คือมีภาพ มีเสียง มีฉากที่มีแฟนพันธุ์ของเกมนี้เล่นกันอยู่ทั่วโลก นำมาเปรียบเทียบกับสิ่งที่ถูกถ่ายทอดลงแผ่นฟิล์ม จึงถือว่างานนี้เป็นงานหินของ Gans ไม่น้อย…

ผมว่านักวิจารณ์ทั่วโลกคงมองในมุมเดียวกันคือ Gans ทำเพียงแค่ว่านำภาพ จินตนาการที่มีอยู่เดิมจากเกม (ซึ่งเกมมีเรื่องราวที่ดี สนุกสนานและตื่นเต้นอยู่แล้ว) มา ถ่ายทอดลงบนแผ่นฟิล์มโดยไร้ความสยอง โหด น่ากลัว ดั่งคำโปรยยาหอมไว้ก่อนหนังฉาย แต่หากมองในมุมของการถ่ายทอดจินตนาการในแบบ Fantasy คุณจะพบอะไร หลายๆ อย่างในหนังที่ Gans พยายามสร้างออกมาในอีก “ชนิด” หนึ่งของหนังสยอง คุณจะได้พบกับภาพกราฟฟิก CG (ที่หลายคนมองว่า ไม่โหด ไม่ดุ ไม่น่ากลัว) ที่แฝงความรุนแรงอย่างบ้าคลั่งในบางฉาก และอย่างในฉากสุดท้ายของเรื่อง ฉากลวดหนาม บรรจงแพร่พันธุ์และจับเนื้อมนุษย์มาฉีกกระจาย ไส้ทะลุ ตาทะลัก ได้อย่างอลังการ ความบ้าคลั่งสุดไคล์แม็กว์ของหนังสยองที่สร้างได้ตระการตา กราฟฟิคคอมพิวเตอร์ สุด Evil ที่น่าสนใจ…แหม…ผมล่ะชอบฉากนี้จริงๆ

หนังเรื่องนี้อาจจะไม่ใช่หนัง Horror ที่สุดเจ๋ง อย่างคำโฆษณา แต่ก็ไม่ใช่หนัง Horror ที่ห่วยแตกชนิดเทียบไม่ได้กับเกมครับ…หนังเรื่องนี้ไม่ได้เจาะจงความเป็น Horror อย่างแท้จริงตามความตั้งใจของผู้กำกับอยู่แล้วด้วย มันผสมความเป็น Fantasy, Drama, Thriller, Mystery ไปจนถึง Horror หากคุณจะมองในแง่ของความเป็น Horror อย่างเดียว อาจจะผิดหวังได้ไม่น้อย แต่หากคุณใจกว้างเปิดรับมุมมองอื่นๆ ด้วย น่าจะลองไปดูกันครับ…

ผมไม่ใช่คนเล่นเกมครับจึงอาจจะมองในมุมของคนเล่นเกมไม่ได้ เลยไปสอบถามพรรคพวกที่บ้าเกมจำพวกนี้ในชนิดของ Hardcore fans เขาก็บอกว่า…”มันก็ O.K. ว่ะ… ถ่ายทอดออกมาในหลายๆ ฉากได้ดี ในแบบที่ว่าดูแล้วนึกออกเลยว่า เล่นกันไปถึงฉากไหนๆ กันแล้ว…แต่ยังไงก็ยังเทียบกับเกมที่กูเล่นไม่ได้อยู่ดี..ฮ่า ฮ่า” อย่างว่าครับ ใคร ใคร่ชอบเกม ก็ชอบกันไป หากใครชอบดูหนัง แล้วไม่เคยเล่นเกม ก็สามารถดูเรื่องนี้ได้รู้เรื่องเหมือนกัน อาจจะมีความรู้สึกที่เป็นกลาง ไม่มีการเปรียบเทียบหรือมีอคติกับการดูได้…ดูเพื่อความบันเทิงในแบบหยองๆ ละกัน ^^

โดย ศร-รณ (aka ถั่วเขียว ณ ทุ่งสังหาร)
Rating: 4.00 / 6.00

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 4.5/5 (2 votes cast)

The Silence of the Lambs (1991) อำมหิตไม่เงียบ!

The Silence of the Lambs (1991) อำมหิตไม่เงียบ!
The Silence of the Lambs (1991) อำมหิตไม่เงียบ!

The Silence of the Lambs (1991)
อำมหิตไม่เงียบ
นำแสดง: Jodie Foster (Clarice Starling), Anthony Hopkins (Dr. Hannibal Lecter), Scott Glenn (Jack Crawford), Anthony Heald (Dr. Frederick Chilton), Ted Levine (Jame ‘Buffalo Bill’ Gumb), Frankie Faison (Barney Matthews), Kasi Lemmons (Ardelia Mapp), Brooke Smith (Catherine Martin), Paul Lazar (Pilcher), Dan Butler (Roden), Lawrence T. Wrentz (Agent Burroughs), Don Brockett (Friendly Psychopath in Cell), Frank Seals Jr. (Brooding Psychopath in Cell), Stuart Rudin (Miggs), Masha Skorobogatov (Young Clarice Starling)
กำกับ : Jonathan Demme
เขียนบท: Thomas Harris (นวนิยาย), Ted Tally (screenplay)
ประเภท: Crime / Thriller

The Silence of the Lambs (1991) อำมหิตไม่เงียบ!
The Silence of the Lambs (1991) อำมหิตไม่เงียบ!

เรื่องย่อ: นักเรียนตำรวจสาวผู้มากความสามารถ Clarice Starling ได้รับมอบหมายจาก Jack Crawford หัวหน้าหน่วยสืบสวน FBI ให้ร่วมสืบคดีฆาตรกรรม เกี่ยวกับสาวที่หายตัวไป โดยเจ้าฆาตรกรต่อเนื่องโรคจิตที่มีฉายาว่า “Buffalo Bill” โดยหน้าที่สำคัญในครั้งนี้ คือให้ Starling เข้าไปล้วงความลับ โดยการสัมภาษณ์ จาก Dr. Hannibal หมอโรคจิตหรือมนุษย์กินคน ผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิตวิทยาที่ถูกจับอยู่ในคุก งานนี้ Jack Crawford คิดว่า Dr. Hannibal อาจจะมีเบาะแสอะไรเกี่ยวกับการฆาตรกรรมครั้งนี้ก็เป็นได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับ Starling เลย เพราะสิ่งที่ Dr. Hannibal ต้องการนั้น คือการแลกเรื่องราวของเบาะแสของฆาตกร กับประวัติชีวิตวัยเยาว์ของ Starling !

เกมไล่ล่าระหว่างเจ้าหน้าที่ FBI กับ ฆาตกรต่อเนื่อง Buffalo Bill กำลังเริ่มขึ้นอย่างเป็นรูปเป็นร่าง ในอีกฝั่งหนึ่ง เจ้าหน้าที่ฝึกหัด Starling ก็กำลังขับเคี่ยวในการสนทนาเชิงจิตวิทยากับดอกเตอร์ผู้รู้เบาะแสเกี่ยวกับฆาตรกรรายนี้ เรื่องราวสุดเข้มข้นที่ห้ามพลาดในทุกฉาก ทุกตอน!

สุดยอดผลงานของ Thomas Harris
จากนวนิยายขายดีของ Thomas Harris ถูกจับนำมาปรับแต่งเป็นบทภาพยนตร์ และสร้างขึ้นเป็นภาพยนตร์ชื่อดังเมื่อปี 1991 นอกจากนั้นแล้ว บ้านเรายังมีคุณสุวิทย์ ขาวปลอด แปลเรื่องราวออกมาเป็นหนังสือ โดยสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ ใช้ชื่อว่า “เหี้ยมไม่เงียบ” ซึ่งผมขอแนะนำให้หาอ่านในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษดีกว่านะครับ เพราะเหมือนเรื่องราวที่คุณสุวิทย์ แปลนั้น อาจจะมีข้ามไป หรือไม่ครบถ้วนในแบบที่ Thomas Harris เขียน

ซึ่งหลังจากที่ผู้สร้างทำหนังเรื่อง The Silence of the Lambs ออกมาในปี 91 แล้ว และได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม ในปี 2001 Thomas Harris ก็ออกภาคต่อของ The Silence of the Lambs ในชื่อ Hannibal และก็มีการนำไปสร้างหนังอีกเช่นเคย ในปีถัดมา หนังสือเรื่อง Red Dragon (หนัง Remake จากภาพยนตร์เรื่อง Manhunter) ที่ Thomas Harris บอกว่าเป็นเนื้อเรื่องในส่วนที่อยู่ก่อน The Silence…ซึ่งถือได้ว่าภาคแรกของหนังตระกูล Hannibal ก็ได้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เช่นกัน ล่าสุดในปี 2007 นี้แหละที่เรากำลังจะได้ดูต้นกำเนิดของ Hannibal ในหนังชื่อ Hannibal Rising โดยมี Thomas Harris เป็นผู้เขียนเช่นเคย ใครเป็นแฟนดอกเตอร์ Hannibal ผู้มีจิตวิปลาสคนนี้ ก็อย่าพลาดตามชมกันให้ครบทุกตอนนะครับ

Jame ‘Buffalo Bill’ Gumb
Thomas Harris สร้างคาแรกเตอร์ของเจ้าฆาตรกรโหดคนนี้จากเรื่องราวจริงของฆาตกรต่อเนื่องที่สร้างชื่อความโหดเหี้ยมเอาไว้ อย่าง Ed Gein ฆาตกรเหี้ยมคนนี้สร้างผลงานการควักตับไตไส้พุงของเหยื่ออย่างโหดเหี้ยมจนสร้างแรงบันดาลใจให้กับภาพยนตร์หลายเรื่อง อาทิ The Texas Chainsaw Massacre, Psycho คนต่อมาคือ Ted Bundy เจ้านี่ก็ฆ่าผู้หญิงอีกเป็นโหล และวิธีการในหนังที่เจ้า Buffalo Bill ใช้ล่อ Catherine Martin ให้มาช่วยยกโซฟาขึ้นรถแวน ก็มาจากเรื่องจริงที่เจ้า Ted Bundy ใช้ล่อเหยื่อสาวของมัน และอย่างในหนังที่ ดอกเตอร์ Hannibal ช่วยเจ้าหน้าที่ Starling เกี่ยวกับเบาะแสของ Buffalo Bill ในคุก ก็เหมือนกับเหตุการณ์จริงที่เจ้าฆาตกรโหด Ted Bundy ช่วยเหลือการสืบสวนหาฆาตรกรต่อเนื่องรายอื่นๆ ในช่วงที่เขาอยู่ในคุกเช่นกัน Ed Kamper ผู้สังหารโหดตา ยายของเขาในวัยหนุ่ม ซึ่งเหมือนกับพื้นฐานชีวิตของตัวละคร Gumb ในเรื่อง อีกคนที่ Thomas Harris ได้รับแรงบันดาลใจมา คือ วิธีการขังเหยื่อในหลุมใต้ดินของฆาตกรโหด Gary Heidnik ซึ่ง Gumb ก็ใช้วิธีนี้เช่นกัน

เกือบจะไม่ได้ชื่อ Hannibal ซะแล้ว!
อย่างที่เกริ่นถึงหนังสือของ Thomas Harris เบื้องต้น ว่าในปี 2002 มีการทำหนังซึ่งเปรียบเสมือนภาคแรกของ Hannibal นั่นก็คือ Red Dragon ซึ่งจริงๆ แล้วมีที่มาของ Red Dragon มาจากภาพยนตร์ที่ชื่อ Manhunter (Thomas Harris เป็นผู้ประพันธ์นวนิยายเรื่องนี้เช่นกัน) ตัวละครสามตัวหลักที่ปรากฏใน The Silence.. คือ Hannibal Lacter, Jack Crawford และ Frederick Chilton ก็ไปปรากฏอยู่ในหนังเรื่อง Manhunter เช่นกัน ในตอนแรกบริษัทผู้สร้าง Manhunter เกือบจะไม่อนุญาตให้ลิขสิทธิ์ชื่อทั้งสามให้ไปอยู่ในหนัง The Silence… ซะแล้ว ทาง Ted Tally ผู้ร่วมเขียนบทไปกับ Thomas Harris แนะนำให้เปลี่ยนชื่อตัวละครเอกทั้งสาม อย่าง Jack Crawford ให้เปลี่ยนเป็นชื่อ Ray Campbell ดอกเตอร์ Frederick Chilton ให้เป็นชื่อ Herbert Prentiss และดอกเตอร์ Hannibal Lecter ให้เป็นชื่อ ดอกเตอร์ Gideon Quinn ซึ่งในที่สุดทาง Orion เจ้าของ Manhunter ก็อนุญาตให้ The Silence… ใช้ชื่อดังกล่าวต่อไปได้ ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว Manhunter ก็ถูกนำมารีเมคกลายเป็นหนังเรื่อง Red Dragon ในปี 2002 ซึ่งเปรียบเสมือนภาคแรกของหนังตระกูล Hannibal

รางวัลที่ได้รับ
ปี 1991
ชนะเลิศ “Best picture” จาก CHI Awards.
ชนะเลิศ “Best film” จาก PEO Awards.
ชนะเลิศ “Best Film” จาก National Board of Review.
เช้าชิงรางวัล “best film” จาก British Academy Awards.
ผู้กำกับ Jonathan Demme ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Golden Globe Award ในสาขา “Best director”
ปี 1992
Ted Tally ได้รับรางวัล Edgar Award สาขา “Best Motion Picture Screenplay”
และยังได้รับรางวัลชนะเลิศ “Oscar” ในสาขา Best Writing, Screenplay
Anthony Hopkins ได้รางวัลชนะเลิศ “Oscar” ในสาขา Best Actor
Jodie Foster ได้รางวัลชนะเลิศ “Oscar” ในสาขา Best Actress
Jonathan Demme ได้รางวัลชนะเลิศ “Oscar” ในสาขา Best Director
Edward Saxon, Kenneth Utt, Ronald M. Bozman ทีมงานจากหนังเรื่องนี้ได้รับรางวัลชนะเลิศ Oscar สาขา Best Picture
ปี 1997
ชนะเลิศ the 100 Greatest American Movies award จาก the American Film Institute Awards
นี่เป็นรางวัลบางส่วนที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับนะครับ ยังมีอีกหลายสิบรางวัลที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับ คลิกเข้าไปดูได้ที่นี่เลยครับ http://www.imdb.com/title/tt0102926/awards

คงไม่ต้องสาธยายอะไรเพิ่มเติมแล้วครับ หนัง Thriller ที่เขย่าขวัญผู้ชมไปทั่วโลกกันมาแล้ว ทั้งบทบาทการแสดงของนักแสดงที่สมบูรณ์แบบ ทั้งบทภาพยนตร์ที่มีชั้นเชิง ทั้งฉากเขย่าขวัญที่ตราตรึงผู้ชมทั่วโลกมาแล้ว…ไม่ดูไม่ได้ครับ!

โดย ศร-รณ (aka ถั่วเขียว ณ ทุ่งสังหาร)
Rating : 6.00 / 6.00

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 4.0/5 (4 votes cast)

Long Weekend (2013) หรือ ทองสุก 13 ยำรวมมิตรรสรั่ว ตำมั่วไร้รสชาติ

Long Weekend (2013) หรือ ทองสุก 13 ยำรวมมิตรรสรั่ว ตำมั่วไร้รสชาติ
Long Weekend (2013) หรือ ทองสุก 13 ยำรวมมิตรรสรั่ว ตำมั่วไร้รสชาติ

Long Weekend | ทองสุก 13 (2013)
ผู้กำกับ : ทวีวัฒน์ วันทา
เขียนบท: เอกสิทธิ์ ไทยรัตน์, สมหมาย เลิศอุฬาร, อดิเรก วัฎลีลา, ทวีวัฒน์ วันทา
นักแสดงนำ : ชินวุฒ อินทรคูสิน, ชีรณัฐ ยูสานนท์, ฌอห์ณ จินดาโชติ, อัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล, ณัฐภัสสรา อดุลยาเมธาสิริ, กิตติ์ลภัส กรสุทธิ์ไรวรรณ
ประเภท: Horror

Long Weekend (2013) หรือ ทองสุก 13 ยำรวมมิตรรสรั่ว ตำมั่วไร้รสชาติ
Long Weekend (2013) หรือ ทองสุก 13 ยำรวมมิตรรสรั่ว ตำมั่วไร้รสชาติ

จากคำโปรยใน Facebook ของ “ทองสุก 13”
“ทองสุก 13” เป็นหนังผีแนวระทึกขวัญ non stop ที่จะทำให้คุณแปลกใจไปทั้งเรื่อง เพราะมันมีทั้งเรื่องของมิตรภาพ ความรัก และความท้าทาย ที่รอให้คุณไปสัมผัสอยู่ อยากให้ลองไปดูกัน คาดเดาไม่ได้จริงๆ ครับ – จาก http://www.facebook.com/wavepicturesofficial

ทองสุก 13 ภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกของค่ายน้องใหม่ เวฟ พิคเจอร์ส ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ คุณแป๊ป ณฤทธิ์ ยุวบูรณ์ รับหน้าที่โปรดิวเซอร์ ร่วมกับ คุณอังเคิล อดิเรก วัฏลีลา ผลงานการกำกับโดย ทวีวัฒน์ วันทา

เนื้อเรื่องย่อ “ทองสุก 13”
ในกลุ่มเพื่อนๆ มักจะมีใครคน ที่เป็นลูกไล่/ ตัวลง มักโดนแกล้งอยู่เสมอ และ “ทองสุก” ( ชิน ชินวุฒ อินทรคูสิน ) ก็เป็นตัวลงประจำกลุ่ม ด้วยความที่เป็นคนเนิร์ดๆ แถมยังดูเอ๋อ จึงโดนรุมแกล้งอยู่เสมอตั้งแต่เด็กๆ ยังดีที่เขายังมี “น้ำ” (น้ำชา – ชีรณัฐ ยูสานนท์ ) เป็นเพื่อนที่เห็นใจทองสุกมากที่สุด ทั้งสองเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็กจนเรียนมหาวิทยาลัยแต่เพราะความเนิร์ดของทองสุก ทำให้กลุ่มเพื่อนใหม่ไม่ว่าจะเป็น บอย (ฌอห์ณ จินดาโชติ ) , แจ๊ก (น๊อต อัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล ) และสองสาวเลสเบี้ยน บีม (กอล์ฟ ณัฐภัสสรา อดุลยาเมธาสิริ ) กับ ปุ้ย (ฐา กิตติ์ลภัส กรสุทธิ์ไรวรรณ ) ก็ทนความเนิร์ดประหลาดของทองสุกไม่ไหว แม้น้ำจะขอให้เพื่อนๆ ทำใจยอมรับก็ตาม

แล้ววันหยุดยาวที่กำลังจะมาถึงก็ทำให้ทุกคนต้องลืมเพื่อนคนนี้ไม่ลงไปตลอดชีวิต เมื่อทุกคนนัดกันหนีทองสุกไปเที่ยวกันที่เกาะเล็กๆ กลางทะเลสาบเวิ้งว้างแห่งหนึ่ง โดยมีโจทย์ง่ายๆว่า งานนี้ต้องไม่มีทองสุก แต่ใครจะรู้ว่า ทองสุก แอบไปเซอร์ไพร์สที่นั่น และในคืนนั้นดันไปตรงกับวัน ศุกร์ 13 ที่ว่ากันว่าเป็น “คืนผีแดก” คืนที่วิญญาณผีร้ายออกมากินเครื่องเซ่นสังเวย เพื่อนๆจึงตอบแทนทองสุกด้วยการแกล้งด้วยการขังในตู้ที่ปิดตาย หารู้ไม่ว่าคนในกลุ่มได้รับบทเรียนที่ขำไม่ออก ในคืนที่เต็มไปด้วยความหลอนและไม่มีใครไว้ใจใครแม้กระทั้งตัวเอง ทั้งหมดจะรอดจากหายนะนี้ได้หรือไม่ ทองสุกจะรอดพ้นจากทั้งคนทั้งผีได้หรือไม่

“ทองสุก 13” หนังผีแนวระทึกขวัญ “non stop”
ได้อ่านรายละเอียดของหนังเรื่องนี้ มองไปที่ชื่อของผู้กำกับ ทวีวัฒน์ ที่สร้างผลงานสร้างชื่ออย่าง ขุนกระบี่ ผีระบาด ในปี 2004 ที่สร้างมาจากผลงานหนังสั้นของตัวเอง จนมาถึงอสุจ๊าก ในปี 2007 หนังเรื่องนี้ไม่ค่อยโดนผมเท่าไรครับ แต่ที่เห็นได้รับคำชมมาไม่น้อยใน อนุบาล เด็กโข่ง ปี 2009 จนมาถึงเรื่องล่าสุด ทองสุก 13 จะว่าไปชื่อผู้กำกับที่แหวกแนวมาทำแนวสยอง จะเป็นสิ่งที่น่าดึงดูดติดตามนั้น หาไม่ครับ สิ่งเดียวที่ดึงดูดก็คงเป็นชื่อของคุณเอกสิทธิ์ ไทยรัตน์ มือเขียนบท นักวาดการ์ตูนที่สร้างชื่อจาก เรื่องสั้นจิตหลุด ที่นำมาสร้างเป็นหนัง 13 เกมสยอง จนถึง ฝีมือการเขียนบทร่วมกับ ชูเกียรติในหนังเรื่อง บอดี้ ศพ 19, หนึ่งในหนังสยองสี่แพร่ง ตอน ยันต์สั่งตาย, ใครในห้อง หรือ Who r u? หนังหลุดๆ อีกเรื่องที่พลิกบทตอนจบแบบ “เฮ้อ -_-” และ หลุดสี่หลุด จนมาถึง ทองสุก 13 Profile น่าติดตามและน่าสนใจมากครับ สำหรับคนมากฝีมือแบบเอกสิทธิ์

Long Weekend…สุดสัปดาห์รั่วหลุด
แหม…บังเอิญจริงๆ ครับ นั่งเขียนรีวิวเรื่องทองสุก 13 อยู่ เปิดทีวีช่อง 3 ก็มีเบื้องหลังภาพยนตร์เรื่อง ทองสุก 13 โผล่มาพอดี…เพี้ยน และเฮี้ยนดีจริงๆ 😉

ทองสุก 13 เห็นว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวของคุณเอกสิทธิ์นำมาเขียนบอกเล่าถ่ายทอดลงในหนังเรื่องนี้ ผมว่าหากเทียบจากงานก่อนๆ ในทองสุก 13 ตัวบทนั้นดูอ่อนแอ เบาบาง และเต็มไปด้วยการยัดเยียดมุกสยองจนไม่สยอง…หลายๆ คนพูดถึง หนังทองสุก 13 โดยเอาไปเปรียบเทียบกับหนัง Cabin in the Wood ซึ่งถูกยกย่องเป็นหนังสยองยุคใหม่ที่โดนใจหลายๆ คน บางคนยิ่งเอาไปเทียบกับหนังสยองสุดคัลท์ Evil Dead ผมยิ่งว่า อย่าเอาไปเทียบเลยครับ ทองสุก 13 ยังไม่ไปถึงขั้นนั้นหรอก…

ทองสุก 13 เป็นหนังผี หนังสยองรั่วๆ ที่พยายามจะใช้ประชาสัมพันธ์ปล่าวประกาศว่าเป็นหนังผียุคใหม่ หนังผีที่มีความน่ากลัวหลอกหลอนตลอดเวลาแบบ non stop โดยนำเอาอิทธิพลจากหนังผีคัลท์ๆ ของต่างแดนมาประเคนใส่ลงในไปหนังด้วยความ “เคารพ” ต่อต้นฉบับ…มันก็ไม่ได้ต่างอะไรกับการหยิบมุกสยองของหนังหลายๆ เรื่องมารวมกันหน่ะครับ หากแต่การรวมกันนี้ เอามาใส่ในหนังชั่วโมงกว่าๆ ซะจนล้น จนขาดน้ำหนัก และรสชาติความสยอง ทำให้กลายเป็นการดูหนังเรื่องนี้ แบบเซ็งๆ จะตื่นเต้นก็ไม่ตื่นเต้น จะน่ากลัวก็ไม่น่ากลัว กลับกลายเป็นว่าฉากฮาๆ สองสามฉากในหนังเรื่องนี้นั้นจะดูดีกว่าตัวหนังทั้งเรื่องอีก

หนังผีทองสุก 13 ได้นักร้องนักแสดงอย่างน้ำชา และชิน มาแสดงแบบจัดเต็มครับ นักแสดงนำทั้งสองก็ทำหน้าที่ของตนเองได้ดี ทุ่มเทและจัดเต็มในทุกฉาก ส่วนบทบาทการแสดงของนักแสดงท่านอื่นๆ นั้นก็เล่นได้เป็นธรรมชาติกับบทบาทการแสดงดี…ทีมนักแสดงอาจจะเป็นสิ่งเดียวที่น่าสนใจในเรื่องทองสุก 13 นี้นะครับ

ใครเป็นแฟน ชิน น้ำชา หรือนักแสดงท่านอื่นๆ ก็ไปอุดหนุนภาพยนตร์ไทยสยองขวัญเรื่องนี้กันได้นะครับ

ส่วนใครที่ไม่ได้เป็นแฟนของดารา แต่เป็นแฟนหนังสยอง…ผมแนะนำให้ท่านชั่งใจก่อนซื้อตั๋วเข้าไปชมหนังเรื่องนี้ละกันครับ

“นี่แหละที่เขาเรียกว่า..ผีหลอก” (เอาตังส์)…จ้ากกกกกกกก!!!

ตัวอย่างหนังทองสุก 13


โดย ศร-รณ
Rating: 2.00 / 5.00

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 2.6/5 (7 votes cast)

Shogun’s Sadism (1976) โคตรคัลท์ในแนวทางการทรมานหลากหลายรูปแบบในฉบับที่คุณคาดไม่ถึง!

Shogun's Sadism (1976) โคตรคัลท์ต้นตำรับการทรมานหลากหลายรูปแบบที่คุณคาดไม่ถึง
Shogun’s Sadism (1976) โคตรคัลท์ต้นตำรับการทรมานหลากหลายรูปแบบที่คุณคาดไม่ถึง

Shogun’s Sadism (1976)
The Joy of Turture 2: Oxen Split Torturing | Ushiaki No Kei
นำแสดง: Yusuke Kazato (Yuusuke Kazato), Rena Uchimura, Akira Shioji, Masataka Iwao, Ryuichi Nagashima (Ryuuji Nagashima), Yusuke Tsukasa (Yuusuke Tsukasa), Tetsuo Fujisawa, Yasumori Hikita, Mineko Maruhira, Miki Masuda, Kyonosuke Murai, Yoshiaki Yamashita, Satoru Nabe, Miho Manabe, Akemi Ogikubo
กำกับ: Yuuji Makiguchi
เขียนบท: Seiko Shimura (screenplay), Ichiro Otsu (screenplay)
ประเภท: Horror / Drama

เรื่องราวแรก…
เป็นเรื่องของยุค Tokugawa หรือ Edo ยุคแห่งการล้างบางพวกนับถือคริสเตียน ที่ในยุคนั้นเชื่อว่าเป็นศาสนาแห่งความชั่วร้าย…โชกุนผู้นิยมการทรมานเป็นชีวิตจิตใจ มีนิสัยการกินจิ้งจกเป็นอาหารบำรุงกำลังทางเพศ

วิธีการทรมานของโชกุนก็มีหลากหลาย อาทิ การย่างสด ราวหมูหัน ไก่ย่างรมควัน จับผู้หญิงใส่ตู้ปลากระจกใบใหญ่ แล้วเทงูลงไปทรมาน เป็นโชว์ที่โชกุนและเหล่าขุนนางดูอย่างสนุกสนาน การเอาเท้าของพวกไพร่จับขึงและทุบเล่นให้กระดูกแหลกละเอียดราวตำพริกในครกก็ไม่ต่างกัน

เรื่องราวเริ่มเข้มข้นขึ้นเมื่อ พวกทหารในวังจับ Toyo หญิงซึ่งนับถือคริสเตียน และเป็นผู้หญิงอันเป็นที่รักของ Sasaki Lori ซามูไร ขุนนางนักดาบสุดหล่อแห่งราชสำนัก ลูกน้องของโชกุนมาข่มขืนให้ดูต่อหน้าต่อตา แล้วเอาเลือดบริสุทธิ์ที่หลั่งออกมาดมอย่างชื่นใจ…นอกจากการทรมานทางร่างกายแล้ว เจ้าโชกุนสุดเหี้ยมยังทรมาน Sasaki Lori ทางจิตใจ โดยการจับน้องสาวของ Toyo มา ให้ Sasaki บังคับให้ Sasaki ทรมานเธออีก แต่ Sasaki ไม่ยอมทำตาม บทลงโทษของโชกุน คือ การเอาเหล็กร้อนจี้เข้าไปที่ดวงตาของเด็กสาวคนนั้นอย่างไม่ปราณี หลังจากนั้นหญิงของ Sasaki ก็กลายเป็นเมียของโชกุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

Toyo พยายามหนีออกจากวังของโชกุนแต่กลับต้องพบเจอกับพวกทหารไพร่ และถูกจัดการรุมโทรมทั้งด้านหน้าและทวารหลังอย่างโหดเหี้ยม หลังจาก Toyo รู้ตัวเอง ตัวเองไม่มีทางหนี เธอก็ต้องจำยอมกลายเป็นของเล่นทางเพศของโชกุนอย่างจำยอม เจ้าโชกุนจอมโหดยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น จับพ่อแม่ของ Toyo มาตรึงกางเขนต่อหน้าชาวบ้าน และใช้เหล็กแหลมเสียบทะลุเนื้อหนังมังสาของพวกเขาอย่างช้าๆ เป็นการเสียบประจานสุดทรมานที่เหี้ยมโหด หลังจากนั้นก็เผาพวกเขาทั้งเป็น..เป็นพฤติกรรมที่เกินกว่ามนุษย์จะทำได้ นอกจากนั้นการร่วมเพศระหว่าง Toyo กับโชกุนสุดโหด ยังเป็นภาพที่เจ้าโชกุนบังคับให้ Sasaki Lori ต้องมานั่งดูโชว์ร่วมเพศนี้ทุกครั้งร่ำไป

หนึ่งปีต่อมา…

Sasaki Lori ซามูไร ผู้ถูกขับไล่ออกจากราชสำนัก กลับมาแก้แค้นเหล่าโชกุน และพา Toyo หนีไป การตามล่าของโชกุน และการล้างแค้นของ Sasaki จึงเริ่มขึ้นอย่างดุเดือด…ในท้ายที่สุด Sasaki ก็ไม่อาจต้านกำลังทหารของโชกุนได้ เป็นอันต้องถูกจับตายอย่างทรมาน ทั้งการถูกฟันเลือดกระฉูด โดนธนูกระหน่ำยิงใส่ การใช้เหล็กแหลมแทงอย่างไม่ยั้ง และถูกจับลากกับพื้นโดยม้า โชกุนสุดเหี้ยมยังไม่หายโกรธแค้น จับ Toyo ขึงไว้โดยตรึงขา ไว้วัวที่สุดแสนเกรี้ยวกราด ฉีกขาทั้งสองข้างของเธอออกอย่างโหดเหี้ยม ไส้ ตับ ไต ทะลุกออกมากองอย่างน่าอนาท

เรื่องราวในส่วนที่สอง…
เป็นเรื่องในยุคที่ไล่เลี่ยกัน เรื่องเริ่มต้นขึ้นเมื่อ Sutezo หนุ่มเซ็งเคร็งผู้อวดตัวร่ำรวยไปเที่ยวในสำนักนางโลมแห่งหนึ่งจนหมดเนื้อหมดตัว ไม่มีเงินจ่าย..ทางเจ้าของสำนักนางโลมจึงให้เจ้า Sutezo ทำงานรับใช้เป็นเวลาหนึ่งปี เจ้าหนุ่ม Sutezo ต้องมาเป็นทาสรับใช้คนในสำนักนางโลม ต้องทำทุกอย่าง ทั้ง ล้างส้วม ซักผ้า ถูพื้น จน Sutezo กลายเป็นมาเป็นคนในสำนักนางโลมที่เห็นเหตุการณ์ พฤติการณ์อันโหดเหี้ยมที่เกิดขึ้นภายในทั้งหมด การลงโทษ การทารุณหลากหลายประเภทตั้งแต่ชนิดอ่อนสุดๆ แต่จิตไม่น้อย อย่างสาวนางโลมตบตีกัน อีกฝ่ายจับอีกฝ่ายขึง แล้วทาน้ำอะไรสักอย่างที่เป็นที่ชื่นชอบของสุนัขตัวน้อยลงไปทั้งตัวของนางโลมผู้ถึงขึง เจ้าหมาน้อย เริ่มใช้ลิ้นโลมเลียไปทั่วร่างกายของนางโลมผู้ถูกขึง ตั้งแต่นมไปจนถึงจุดสังวาสของหญิงสาว จะว่าเป็นการทรมานก็ดี จะว่ามันกลายเป็นความสุขสุดยอดของนางโลมผู้ถูกขึงด้วยก็ว่าได้ (จิตสุดๆ)

ในหอลางโลมแห่งนี้ อย่างที่เรารู้กันดี โสเภณีห้ามท้องเด็ดขาด ! แต่ทว่า เกิดมีโสเภณีคนหนึ่งท้องขึ้นมา วิธีการทำแท้งสุดโหดจึงเริ่มขึ้น ชายฉกรรจ์สี่ ห้าคน รุมทึ้ง ทั้งทุบตี และกระทืบไปที่ท้องของน้องนาง กะให้เด็กในไส้ตายคาท้องกันไป และให้ หญิงแก่ผู้ดูแล เอามือล้วงเข้าไปในช่องคลอด และดึงซากเด็กที่ตายออกมาอย่างเหี้ยมโหด ! และแทนที่จะให้น้องนางผู้นั้นพักผ่อนสาม สี่วัน กลับให้ล้างตัว และทำงานต่อในคืนเดียวกันนั้นเลย…แม่งเหี้ยมสุดๆ ! น้องนางต้องทนรับแขก ระหว่างเธอโดนขย่มอย่างเมามัน เลือดของเธอก็ทะลักออกมาทั้งอวัยวะเพศ และปาก เจ้าลูกค้าผู้มาเที่ยวก็ไม่วายจะสงสาร มันกลับไม่ยอมเสียเงินเปล่า ให้น้องนางหันหลังและใช้วิธีเอาทางทวารหนักแทน…ช่างเหี้ยมโหดเสียยิ่งกะไร

Tami คือชื่อของสาวคนนั้น…แฟนหนุ่มของ Tami พยายามจะพา Tami หนี แต่ก็ถูกจับได้ แฟนหนุ่มถูกจับแขวน เอาโซ่เฆี่ยนตีอย่างหนัก Tami เองก็โดนไปไม่น้อย ทางหัวหน้าสำนักนางโลมสั่งให้ Sutezo ทาสรับใช้ ใช้มีดตัดเจ้าหนูน้อยของแฟนหนุ่ม แต่ Sutezo ไม่ยอม ชายฉกรรจ์ที่อยู่ในหอลางโลม จึงตัดใบหูแฟนหนุ่มของ Tami แล้วจับยัดใส่ปากของ Sutezo ภาพความรุนแรงเริ่มกระหน่ำอีกครั้ง จนทำให้ Sutezo ยินยอมที่ต้องทำตาม เจ้า Sutezo ใช้มีดโกนตัดเจ้าหนูน้อยอย่างช้าๆ ก่อนที่พวกชายฉกรรจ์จะปล่อยมันไป

เรื่องเลวร้ายเริ่มเกิดขึ้น เมื่อ Sutezo ทนไม่ได้กับพฤติกรรมของคนในสำนักนางโลม จึงชวนนางโลมที่เขาสนิทด้วยคือ Sato หนีไปด้วยกัน Sutezo และ Sato ใช้วิธีการหาเงิน คือ ใช้เรือนร่างสุดสวยของ Sato ไปขายตามสำนักนางโลมที่ต่างๆ พอได้เงินมา ทั้งคู่ก็หนีไปหาที่ใหม่อีก แต่แผนการของทั้งคู่กลับไม่เป็นอย่างที่คิดไว้ Sutezo จึงจาก Sato ไป

สาวน้อย Sato จึงต้องออกเดินทางเพียงผู้เดียว หล่อนดันไปยืนไปอนาบริเวณของโสเภณีท้องถิ่นเข้า จึงถูกโสเภณีท้องถิ่นลงโทษ ด้วยการให้ พวกไร้ที่อยู่ พวกเร่ร่อนแถวนั้นข่มขืนเธออย่างหนัก Sutezo กลับใจมาช่วยหล่อนไว้ทัน ทั้งคู่คืนดีกันอีกครั้ง แต่เรื่องราวทั้งหมดยังไม่จบลงง่ายๆ ทั้ง Sato และ Sutezo ถูกจับโดยนักสืบที่ถูกว่าจ้างมาจาก สำนักนางโลมแรกที่ทั้งคู่หนีออกมา …ฉากสุดโหดทรมานสุดๆ จึงเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง Sato โดนเอาไม้ทิ่มแทง ยัดใส่อวัยวะเพศอย่างไม่ยั้ง แถมยังโดนเอาคีมมาตัดหัวนมสวยๆ ขาดเละคาหน้าอก เรื่องราวจะจบลงอย่างไรนั้น ไม่ต้องเดาให้ยากครับ ลองเสาะหามาดูกันเองดีกว่า…

ต้นตำรับความโหด ก่อนถ่ายทอดสู่รุ่นหลัง…
หนังที่เน้นเรื่องราวของสังคม การเมือง และศาสนา การแบ่งชนชั้นที่รุนแรงในยุคดั่งเดิม นำมาผูกโยงกับวิธีการหลากหลายในการทรมานทาส ไพร่ หรือบุคคลที่เป็นชนชั้นชาวบ้าน ที่ในสมัยนั้นดูถูก เหยียดหยาม ราวกับสัตว์ไร้ค่าตัวหนึ่งก็ว่าได้ Sogun’s Sadism ไม่ได้เป็นหนังต้นทุนต่ำสุดโหดอย่างในตระกูลหนังซีรียส์ Guinea Pig แต่กลับทำออกมาเป็นหนังพีเรียด ย้อนยุคสุดซาดิสต์ที่เข้าท่าเอามากๆ

ต้องบอกไว้ก่อนครับ สำหรับผู้นิยมความแหวะ Gore อะไรเทือกนั้น จะบอกว่า หนังเรื่องนี้ไม่ได้สนองตัณหาของคุณในแบบนั้นนะครับ แต่เป็นหนังที่สะท้อนถึงวิธีการทรมานในแบบที่เราคาดไม่ถึงได้เลย ว่าในยุคสมัยก่อนจะโหดเหี้ยมผิดมนุษย์ได้ถึงขนาดนี้ หากต้องการความซาดิสต์ในหนังพีเรียด ที่มีเนื้อหา น่าติดตามล่ะก็…ลองหา Shogun’s Sadism มาชำเรากันเอาเอง…

ตัวอย่างหนัง Shogun’s Sadism

โดย ศร-รณ (aka ถั่วเขียว ณ ทุ่งสังหาร)
Rating: 5.00 / 6.00

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 3.7/5 (6 votes cast)

Shibuya kaidan 2 (2004) ล็อคเกอร์ ซ่อนผี 2 การเจริญเติบโตของผีตู้ล็อคเกอร์

Shibuya kaidan 2 (2004) ล็อคเกอร์ ซ่อนผี 2 - รีวิวหนังผีญี่ปุ่น
Shibuya kaidan 2 (2004) ล็อคเกอร์ ซ่อนผี 2 – รีวิวหนังผีญี่ปุ่น

Shibuya kaidan 2 (2004)
ล็อคเกอร์ ซ่อนผี 2
นำแสดง: Asami Mizukawa (Rieka), Chisato Morishita (Yuna), Chiaki Ota (Chisa Komiyama), Tomohisa Yuge (Takahara)
กำกับ: Kei Horie
เขียนบท: Osamu Fukutani
ประเภท: Horror

Shibuya kaidan 2 (2004) ล็อคเกอร์ ซ่อนผี 2 - รีวิวหนังผีญี่ปุ่น
Shibuya kaidan 2 (2004) ล็อคเกอร์ ซ่อนผี 2 – รีวิวหนังผีญี่ปุ่น

เรื่องย่อ: จากภาคที่แล้ว อายะโนะ สาวน้อยที่มีเรกะเป็นคุณครูสอนพิเศษ ได้รับกุญแจตู้ล็อคเกอร์มาจากเรกะ ทำให้อายาโนะอยากรู้ว่าอะไรที่ครูสอนพิเศษของเธอต้องประสบ อยู่ หรือว่ามันเกี่ยวข้องกับตำนานเรื่องเล่าขานแห่ง “ล็อคเกอร์แห่งความรัก” ที่จะทำให้ทุกคำอธิษฐานสมหวังเป็นจริง อายาโนะเริ่มออกตามหาความจริง จนกระทั่งเธอรู้ว่า มีเด็กสาวหลายคนที่มาขอพรจากตู้ล็อคเกอร์ดังกล่าว แล้วพวกเธอเหล่านั้นก็เริ่มสาบสูญหายตัวไปอย่างไร้สาเหตุ เหตุการณ์ขนหัวลุกที่ไม่พึงปรารถนาเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้น เมื่อเธอต้องเข้าไปพัวพันกับตู้ล็อคเกอร์ดังกล่าว อายาโนะจึงเริ่มสืบหาความจริงจนได้พบเบื้องหลังของการสมหวังที่ต้องแลกด้วยความตายสุดสยอง…

การเจริญเติบโตของผีตู้ล็อคเกอร์!
ในภาคนี้เราจะได้เห็นการเจริญเติบโตของเด็กผีตู้ล็อกเกอร์ที่แสดงให้เห็นในภาคแรกว่า ตอนนั้นยังเป็นผีเด็กแบเบาะ เพิ่งตั้งไข่ และเริ่มคลาน จวบจนผ่านมา 5 ปี ผีเด็กเริ่มเดิน วิ่ง และที่สำคัญ มันดุขึ้นกว่าในภาคแรกมากนัก! หนังเริ่มคลี่คลายปมทั้งหมดโดยมีตำรวจที่เคยทำคดีเด็กถูกแม่ใจร้ายทอดทิ้งให้ตายในล็อคเกอร์เมื่อ 5 ปีก่อน พวกเราเริ่ม รู้แล้วว่าต้องเป็นเพราะเหตุการณ์นี้แน่ ทำให้เด็กที่ถูกทิ้งให้ตายในล็อคเกอร์แห่งนั้นเต็ม ไปด้วยความอาฆาต พยาบาท โกรธแค้น ชิงชัง เด็กน้อยที่เติบโตขึ้น เด็กที่สะสมความแค้นอาฆาต และพร้อมที่จะฆ่าทุกคนที่มาใช้ล็อคเกอร์แห่งนี้

มุมมองของตำนาน…
ไม่เคยคุยเรื่องตำนานผีแบบนี้กับเพื่อนญี่ปุ่นเหมือนกัน ไม่งั้นคงมีข้อเท็จจริงอะไรมาบอกกล่าวกับเพื่อนๆ ได้มากกว่านี้แน่ๆ แต่มุมมองของหนังพยายามจะสร้างให้เห็นว่า ‘เด็กทุกคนที่เกิดมานั้นไม่มีใครหรอกที่เกิดมาพร้อมกับความเกลียดชัง’ หากคนเป็นแม่คิดจะทอดทิ้งเด็กที่ตัวเองทนอุ้มท้องมานานนับ 9 เดือนนั้น ก็ต้องคิดทบทวนให้ดี เรื่อง เล่าตรงนี้อาจจะเป็นกุศลบายให้กับเด็กวัยรุ่น หรือวัยใดๆ ก็ตามที่คิดสนุกตอนมีเซ็กส์แต่ไม่คิดป้องกัน จนเกิดเป็นเด็กขึ้นมา แล้วก็คิดชั่วจะทำแท้ง หรือคลอดออกมาแล้วนำไป ปล่อยตามที่ต่างๆ (ของไทยเราก็เยอะที่ทำแบบนี้ พบเห็นได้จากข่าวหน้าหนังสือพิมพ์) ผมว่าเป็นเรื่องเล่าตำนานสยองที่ดูแล้ว หากใครคิดได้ หรือได้คิด ก็จะเป็นประโยชน์ไม่ น้อยครับ

โดย ศร-รณ (aka ถั่วเขียว ณ ทุ่งสังหาร)
Rating: 3.50 / 6.00

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 4.3/5 (4 votes cast)

รีวิวหนังสยอง หนังสยองขวัญ Horror Movie Reviews