Tag Archives: หนังผีไทย

Cadaver ศพ (2006)

ศพ 2006 Thai Horror Movie
ศพ 2006 Thai Horror Movie

ศพ (2006)
Cadaver
นำแสดง: ณัทธมนกาญจน์ ศรีนิกรโชติ, นิรุตติ์ ศิริจรรยา
กำกับ: ดุลยสิทธิ์ นิยมกุล
เขียนบท: ศักดิ์ชาย ดีนาน, ดุลยสิทธิ์ นิยมกุล, อำนาจ แตงสมบูรณ์, รพีพิมล ไชยเสนาะ
ประเภท: Horror/ Thriller / Crime

ศพ (2006) Thai Horror Movie
ศพ (2006) Thai Horror Movie

เรื่องย่อ
บางคนอาจเคยตั้งคำถามในขณะที่หลายคนเพียงแค่สงสัย แล้วถ้าเป็นคุณหละจะทำอย่างไร

เมื่อมองยังร่างที่ปราศจากลมหายใจตรงหน้า ไม่รู้ประวัติ ไม่รู้ที่มา รู้แต่เพียงว่านี่คือร่างกายที่ไร้ชีวิตที่นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 2 ทุกคนต่างให้ความเคารพ ในฐานะ “อาจารย์ใหญ่” ครูผู้บริจาคร่างกายเป็นวิทยาทานเพื่อให้กับนักศึกษาแพทย์ทุกคนได้เรียนรู้ถึงความซับซ้อนภายในร่างกายมนุษย์ และนำความรู้ที่ได้จากร่างอาจารย์ไปเป็นประโยชน์ในการรักษาผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ต่อไป

มีเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับอาจารย์ใหญ่ แต่สำหรับ ไหม (รัน ณัทธมนกาญจน์ ศรีนิกรโชติ) แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นกลับเป็นประสบการณ์จริงที่ชวนขนลุก ซึ่งเกิดขึ้นในระหว่างที่เธอเข้าเรียนชั่วโมงแรกของวิชากายวิภาคศาสตร์ เมื่อจู่ๆ ร่างของอาจารย์ใหญ่ที่นอนสงบนิ่งก็เงื้อมมือขึ้นมาบีบคอเธอ

เหตุการณ์ต่อจากนั้นได้สร้างความหวาดผวามากยิ่งขึ้น เมื่อเธอรู้สึกว่ามีวิญญาณของผู้หญิงที่ไม่รู้จัก คอยติดตามเธอไปในทุกที่ ตั้งแต่ชั้นเรียน ห้องน้ำ มุมมืดในห้องพัก รวมทั้งข้างตัวเธอบนเตียงนอนที่บ้าน

ในท่ามกลางความสับสน และสถานการณ์ที่กำลังเลวร้ายลง อาจารย์นายแพทย์ประกิต (นิรุตติ์ ศิริจรรยา) ดูเหมือนจะเป็นคนเดียวที่แสดงความห่วงใยไหม และตัดสินใจยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือลูกศิษย์คนนี้ในทุกวิถีทาง

ไหมเริ่มตั้งคำถาม และค้นหาคำตอบอย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน นั่นคือการค้นหาที่มาของอาจารย์ใหญ่ แต่ดูเหมือนยิ่งสาวยิ่งลึก และมีบางสิ่งที่ซับซ้อนเกินกว่าที่ผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอจะต้านทานไหว บางอย่าง ที่เกี่ยวพันและเชื่อมโยงถึงผู้หญิงที่ชื่อดาหวัน กับร่างของอาจารย์ใหญ่ตรงหน้าเธอ ความจริงในด้านมืดที่ชวนขนลุก และเหตุการณ์ที่เลวร้ายในอดีตกลับมาหลอกหลอนเธอขึ้นอีกครั้ง

เนื้อเรื่องเบาหวิว…ประเด็นที่สุดไร้น้ำหนัก และไม่ควรนำมาใส่
นี่เพิ่งดูจบสด ๆ ร้อนๆ มีหลายประเด็นสงสัยและแคลงใจ…ไม่รู้คนเขียนบทจะเขียนบทให้เป็นดั่งที่ออกฉายไปทำไม หากดูเอาหลอน ผมก็ต้องบอกเลยว่า มันไม่หลอนเลยสักนิด (หากเทียบหนังไทยด้วยกัน) หากดูเอาเนื้อเรื่อง เอาสาระ และน้ำหนักของบทภาพยนตร์ ผมก็ต้องขอเตือนไว้เลยว่า บทมันช่างเบาหวิว ไร้น้ำหนัก และชวนให้ผิดหวังเป็นที่สุด สิ่งหลักๆ ที่ทำให้เรื่องนี้ดูไม่สนุกก็คือ “การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร” โดยเฉพาะเรื่องนี้มีตัวละครเดินเรื่องหลักอยู่ 2 คนคือ ไหม (รัน ณัทธมนกาญจน์ ศรีนิกรโชติ) และ อาจารย์นายแพทย์ประกิต (นิรุตติ์ ศิริจรรยา) การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครสองตัวนี้ ทำเอาผมได้มึนงง (และคิดว่าคนดูหลายคน คงจะสงสัยไม่น้อย) ในบทภาพยนตร์ดูเหมือนว่า พยายามจะสร้างให้คนดูคิดว่า อาจารย์และนักศึกษาสองคนนี้มีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง ทั้งแววตาของอาจารย์ประกิตที่มีต่อไหม รวมไปถึงท่าทาง การจับหน้าขา และบีบ พร้อมกับพูดว่า “ขอให้เรากลับไปเป็นอย่างเดิม…” อะไรเทือกนี้ ซึ่งชวนแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์เกินเลยระหว่าง อาจารย์และลูกศิษย์ ซึ่งหากผู้เขียนบท พยายามจะชักจูงคนดูไปในทางนั้น ก็ควรจะชี้ชัดให้เห็นในส่วนนั้นกันไปเลย แต่นี่ พอดูไป ดูมา มันเหมือนกับไม่มีอะไรในกอไผ่ ระหว่างอาจารย์ และลูกศิษย์ แต่กลับเพียงว่า อาจารย์หมอ ได้ชวนปกปิดเรื่องการตาย ของแฟนของไหมเท่านั้นเอง (แล้วตอนแรก ไม่รู้จะเขียนบทให้พาคนดูคิดไปในแง่นั้นทำไม!?!@? ดูแล้วเสียอารมณ์มาก..)

ใครได้อ่านอาจจะพาลคิดว่า ประเด็นเพียงเท่านี้ทำให้ผมหัวเสียขนาดนี้ได้เลยเหรอ ก็จะบอกว่า ใช่ครับ…เพราะมันเหมือนเป็น theme หลักของเรื่องที่จะพาคนดู คิดไปในแง่ไหน ต่อแง่ไหน ได้อีกเยอะ หากผู้เขียนบท (ซึ่งที่ผมเห็นข้อมูล มีอยู่หลายคนเหมือนกัน) ใส่ใจในรายละเอียดเหล่านี้ให้เยอะหน่อย จะทำให้หนังน่าดูขึ้นมาอีกเยอะ (มีหลายฉากที่หลุดๆ กันไป เพื่อนๆ ได้อ่านข้อมูลตามบอร์ดต่างๆ คงได้ทราบกันแล้ว อาทิ พี่ยาม ที่อยู่ในเหตุการณ์ตอนแฟนไหมตาย ในฉากแรกแกอ่านหนังสือโป๊ พอต่อมา แกดันอ่านหนังสือ ศาลาคนเศร้า…ฮาไปตาม ๆ กัน ไซร์หนังสือเล็ก – ใหญ่ต่างกันมากกกก ไม่รู้ปล่อยให้หลุดออกมาได้ไง)

นี่ไม่ขอพูดเรื่องฉากสยองนะครับ…เพราะพูดไปจะยิ่งทำให้หัวเสียหนักกว่าเก่า เอาเป็นว่า ใครเป็นแฟนหนังสยองขวัญอยู่แล้ว คงดูแล้วไม่รู้สึกอะไรเท่าไรครับ เพราะมันก็จะเป็น plot เดิมๆ ท่าที ท่าทางเดิม ๆ ผีตัวเดิม ๆ มุกเดิมๆ เท่านั้นครับ แต่หากใครเป็นคนขวัญอ่อนก็ไปดูได้ครับ อาจพาลให้สะดุ้งได้เล็กน้อย ถึงปานกลาง…ทว่า ขนาดผมดูหนัง แล้วเป็นคนชอบอินน์กับหนังแล้ว ไอ้เรื่องนี้ ผมยังไม่อินน์เลยครับ ฮ่า ฮ่า

เรื่องดี เพียงเรื่องเดียว
ผมไม่รู้จักนักแสดงฝ่ายหญิงมาก่อนครับ ไม่ทราบว่าคุณรัน ณัทธมนกาญจน์ ศรีนิกรโชติ แกเคยแสดงละคร หรือหนัง หรือแสดงโฆษณามาก่อนหรือเปล่า หากเป็นดาราหน้าใหม่แล้วแสดงให้แบบนี้ ก็ขอยอมรับครับ เพราะทำสีหน้า ท่าทาง อมทุกข์ แบกโลกไว้ทั้งใบได้น่าดูไม่น้อย ส่วนดารานำฝ่ายชาย อย่างคุณนิรุตติ์ คงไม่ต้องพูดถึง เพราะแกแสดงได้สุดยอดอยู่แล้วครับ

ใครอยากสนับสนุนหนังไทย ก็ไปดูได้ครับ ดูเพลิน ๆ แต่ใครเป็นแฟนหนังสยองขวัญ แล้วต้องการเสพในส่วนนั้น ก็ขอเตือนด้วยความหวังดีครับ จะชวนเอาหัวเสียและผิดหวังเปล่าๆ

โดย ศร-รณ
Rating: 2.00 / 6.00

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 1.3/5 (3 votes cast)

Long Weekend (2013) หรือ ทองสุก 13 ยำรวมมิตรรสรั่ว ตำมั่วไร้รสชาติ

Long Weekend (2013) หรือ ทองสุก 13 ยำรวมมิตรรสรั่ว ตำมั่วไร้รสชาติ
Long Weekend (2013) หรือ ทองสุก 13 ยำรวมมิตรรสรั่ว ตำมั่วไร้รสชาติ

Long Weekend | ทองสุก 13 (2013)
ผู้กำกับ : ทวีวัฒน์ วันทา
เขียนบท: เอกสิทธิ์ ไทยรัตน์, สมหมาย เลิศอุฬาร, อดิเรก วัฎลีลา, ทวีวัฒน์ วันทา
นักแสดงนำ : ชินวุฒ อินทรคูสิน, ชีรณัฐ ยูสานนท์, ฌอห์ณ จินดาโชติ, อัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล, ณัฐภัสสรา อดุลยาเมธาสิริ, กิตติ์ลภัส กรสุทธิ์ไรวรรณ
ประเภท: Horror

Long Weekend (2013) หรือ ทองสุก 13 ยำรวมมิตรรสรั่ว ตำมั่วไร้รสชาติ
Long Weekend (2013) หรือ ทองสุก 13 ยำรวมมิตรรสรั่ว ตำมั่วไร้รสชาติ

จากคำโปรยใน Facebook ของ “ทองสุก 13”
“ทองสุก 13” เป็นหนังผีแนวระทึกขวัญ non stop ที่จะทำให้คุณแปลกใจไปทั้งเรื่อง เพราะมันมีทั้งเรื่องของมิตรภาพ ความรัก และความท้าทาย ที่รอให้คุณไปสัมผัสอยู่ อยากให้ลองไปดูกัน คาดเดาไม่ได้จริงๆ ครับ – จาก http://www.facebook.com/wavepicturesofficial

ทองสุก 13 ภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกของค่ายน้องใหม่ เวฟ พิคเจอร์ส ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ คุณแป๊ป ณฤทธิ์ ยุวบูรณ์ รับหน้าที่โปรดิวเซอร์ ร่วมกับ คุณอังเคิล อดิเรก วัฏลีลา ผลงานการกำกับโดย ทวีวัฒน์ วันทา

เนื้อเรื่องย่อ “ทองสุก 13”
ในกลุ่มเพื่อนๆ มักจะมีใครคน ที่เป็นลูกไล่/ ตัวลง มักโดนแกล้งอยู่เสมอ และ “ทองสุก” ( ชิน ชินวุฒ อินทรคูสิน ) ก็เป็นตัวลงประจำกลุ่ม ด้วยความที่เป็นคนเนิร์ดๆ แถมยังดูเอ๋อ จึงโดนรุมแกล้งอยู่เสมอตั้งแต่เด็กๆ ยังดีที่เขายังมี “น้ำ” (น้ำชา – ชีรณัฐ ยูสานนท์ ) เป็นเพื่อนที่เห็นใจทองสุกมากที่สุด ทั้งสองเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็กจนเรียนมหาวิทยาลัยแต่เพราะความเนิร์ดของทองสุก ทำให้กลุ่มเพื่อนใหม่ไม่ว่าจะเป็น บอย (ฌอห์ณ จินดาโชติ ) , แจ๊ก (น๊อต อัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล ) และสองสาวเลสเบี้ยน บีม (กอล์ฟ ณัฐภัสสรา อดุลยาเมธาสิริ ) กับ ปุ้ย (ฐา กิตติ์ลภัส กรสุทธิ์ไรวรรณ ) ก็ทนความเนิร์ดประหลาดของทองสุกไม่ไหว แม้น้ำจะขอให้เพื่อนๆ ทำใจยอมรับก็ตาม

แล้ววันหยุดยาวที่กำลังจะมาถึงก็ทำให้ทุกคนต้องลืมเพื่อนคนนี้ไม่ลงไปตลอดชีวิต เมื่อทุกคนนัดกันหนีทองสุกไปเที่ยวกันที่เกาะเล็กๆ กลางทะเลสาบเวิ้งว้างแห่งหนึ่ง โดยมีโจทย์ง่ายๆว่า งานนี้ต้องไม่มีทองสุก แต่ใครจะรู้ว่า ทองสุก แอบไปเซอร์ไพร์สที่นั่น และในคืนนั้นดันไปตรงกับวัน ศุกร์ 13 ที่ว่ากันว่าเป็น “คืนผีแดก” คืนที่วิญญาณผีร้ายออกมากินเครื่องเซ่นสังเวย เพื่อนๆจึงตอบแทนทองสุกด้วยการแกล้งด้วยการขังในตู้ที่ปิดตาย หารู้ไม่ว่าคนในกลุ่มได้รับบทเรียนที่ขำไม่ออก ในคืนที่เต็มไปด้วยความหลอนและไม่มีใครไว้ใจใครแม้กระทั้งตัวเอง ทั้งหมดจะรอดจากหายนะนี้ได้หรือไม่ ทองสุกจะรอดพ้นจากทั้งคนทั้งผีได้หรือไม่

“ทองสุก 13” หนังผีแนวระทึกขวัญ “non stop”
ได้อ่านรายละเอียดของหนังเรื่องนี้ มองไปที่ชื่อของผู้กำกับ ทวีวัฒน์ ที่สร้างผลงานสร้างชื่ออย่าง ขุนกระบี่ ผีระบาด ในปี 2004 ที่สร้างมาจากผลงานหนังสั้นของตัวเอง จนมาถึงอสุจ๊าก ในปี 2007 หนังเรื่องนี้ไม่ค่อยโดนผมเท่าไรครับ แต่ที่เห็นได้รับคำชมมาไม่น้อยใน อนุบาล เด็กโข่ง ปี 2009 จนมาถึงเรื่องล่าสุด ทองสุก 13 จะว่าไปชื่อผู้กำกับที่แหวกแนวมาทำแนวสยอง จะเป็นสิ่งที่น่าดึงดูดติดตามนั้น หาไม่ครับ สิ่งเดียวที่ดึงดูดก็คงเป็นชื่อของคุณเอกสิทธิ์ ไทยรัตน์ มือเขียนบท นักวาดการ์ตูนที่สร้างชื่อจาก เรื่องสั้นจิตหลุด ที่นำมาสร้างเป็นหนัง 13 เกมสยอง จนถึง ฝีมือการเขียนบทร่วมกับ ชูเกียรติในหนังเรื่อง บอดี้ ศพ 19, หนึ่งในหนังสยองสี่แพร่ง ตอน ยันต์สั่งตาย, ใครในห้อง หรือ Who r u? หนังหลุดๆ อีกเรื่องที่พลิกบทตอนจบแบบ “เฮ้อ -_-” และ หลุดสี่หลุด จนมาถึง ทองสุก 13 Profile น่าติดตามและน่าสนใจมากครับ สำหรับคนมากฝีมือแบบเอกสิทธิ์

Long Weekend…สุดสัปดาห์รั่วหลุด
แหม…บังเอิญจริงๆ ครับ นั่งเขียนรีวิวเรื่องทองสุก 13 อยู่ เปิดทีวีช่อง 3 ก็มีเบื้องหลังภาพยนตร์เรื่อง ทองสุก 13 โผล่มาพอดี…เพี้ยน และเฮี้ยนดีจริงๆ 😉

ทองสุก 13 เห็นว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวของคุณเอกสิทธิ์นำมาเขียนบอกเล่าถ่ายทอดลงในหนังเรื่องนี้ ผมว่าหากเทียบจากงานก่อนๆ ในทองสุก 13 ตัวบทนั้นดูอ่อนแอ เบาบาง และเต็มไปด้วยการยัดเยียดมุกสยองจนไม่สยอง…หลายๆ คนพูดถึง หนังทองสุก 13 โดยเอาไปเปรียบเทียบกับหนัง Cabin in the Wood ซึ่งถูกยกย่องเป็นหนังสยองยุคใหม่ที่โดนใจหลายๆ คน บางคนยิ่งเอาไปเทียบกับหนังสยองสุดคัลท์ Evil Dead ผมยิ่งว่า อย่าเอาไปเทียบเลยครับ ทองสุก 13 ยังไม่ไปถึงขั้นนั้นหรอก…

ทองสุก 13 เป็นหนังผี หนังสยองรั่วๆ ที่พยายามจะใช้ประชาสัมพันธ์ปล่าวประกาศว่าเป็นหนังผียุคใหม่ หนังผีที่มีความน่ากลัวหลอกหลอนตลอดเวลาแบบ non stop โดยนำเอาอิทธิพลจากหนังผีคัลท์ๆ ของต่างแดนมาประเคนใส่ลงในไปหนังด้วยความ “เคารพ” ต่อต้นฉบับ…มันก็ไม่ได้ต่างอะไรกับการหยิบมุกสยองของหนังหลายๆ เรื่องมารวมกันหน่ะครับ หากแต่การรวมกันนี้ เอามาใส่ในหนังชั่วโมงกว่าๆ ซะจนล้น จนขาดน้ำหนัก และรสชาติความสยอง ทำให้กลายเป็นการดูหนังเรื่องนี้ แบบเซ็งๆ จะตื่นเต้นก็ไม่ตื่นเต้น จะน่ากลัวก็ไม่น่ากลัว กลับกลายเป็นว่าฉากฮาๆ สองสามฉากในหนังเรื่องนี้นั้นจะดูดีกว่าตัวหนังทั้งเรื่องอีก

หนังผีทองสุก 13 ได้นักร้องนักแสดงอย่างน้ำชา และชิน มาแสดงแบบจัดเต็มครับ นักแสดงนำทั้งสองก็ทำหน้าที่ของตนเองได้ดี ทุ่มเทและจัดเต็มในทุกฉาก ส่วนบทบาทการแสดงของนักแสดงท่านอื่นๆ นั้นก็เล่นได้เป็นธรรมชาติกับบทบาทการแสดงดี…ทีมนักแสดงอาจจะเป็นสิ่งเดียวที่น่าสนใจในเรื่องทองสุก 13 นี้นะครับ

ใครเป็นแฟน ชิน น้ำชา หรือนักแสดงท่านอื่นๆ ก็ไปอุดหนุนภาพยนตร์ไทยสยองขวัญเรื่องนี้กันได้นะครับ

ส่วนใครที่ไม่ได้เป็นแฟนของดารา แต่เป็นแฟนหนังสยอง…ผมแนะนำให้ท่านชั่งใจก่อนซื้อตั๋วเข้าไปชมหนังเรื่องนี้ละกันครับ

“นี่แหละที่เขาเรียกว่า..ผีหลอก” (เอาตังส์)…จ้ากกกกกกกก!!!

ตัวอย่างหนังทองสุก 13


โดย ศร-รณ
Rating: 2.00 / 5.00

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 2.6/5 (7 votes cast)

Scared (2005) รับน้องสยองขวัญ…ผวาสุดสยองแบบไร้สติ

Scared (2005) รับน้องสยองขวัญ - สยองไร้สติแบบฉบับยำเลียนแบบ
Scared (2005) รับน้องสยองขวัญ – สยองไร้สติแบบฉบับยำเลียนแบบ

Scared (2005)
รับน้องสยองขวัญ
นำแสดง: ณปภา ตันตระกูล(แพท), ชิดจันทร์ รุจิพรรณ(พลอย), กอบกุลยา จึงประเสริฐศรี(เพื่อน), กัญญา รัตนเพชร(ลูกตาล), ชัชวาล สีดา(บอม), ธโนทัย เอื้ออมรรัตน์(เต้ย), บวรพจน์ ใจกันทา(ไม้), ภัณฑิลา ฟูกลิ่น(แอร์), ภาคย์ วรรณศิริ(ไผ่), วรรัตน์ นิยมเดช(โอปอ), วงษ์เทพ คุณารัตนวัฒน์(จอห์นสัน), สุมนต์รัตน์ วัฒนาเศลารัตน์(ปีใหม่), สุดปราชญ์ อึ้งตระกูล(โน้ต), อมรพรรณ กองตระการ(หมิว), อิทธินันท์ อุณหเทพารักษ์(ป๊อก) , อัจฉรา สว่างไว(อ้อม)
กำกับ และ เขียนบท: ภาคภูมิ วงษ์จินดา
ประเภท: Horror/Thriller

Scared (2005) รับน้องสยองขวัญ - สยองไร้สติแบบฉบับยำเลียนแบบ
Scared (2005) รับน้องสยองขวัญ – สยองไร้สติแบบฉบับยำเลียนแบบ

เนื้อเรื่องย่อ: รุ่นพี่คณะนิเทศศาสตร์ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง พารุ่นน้องกว่า 30 ชีวิต ไปรับน้องนอกสถานที่ แต่ปรากฏว่าเกิดอุบัติเหตุระหว่างทาง รถบัสที่นำพาชีวิตนักศึกษาที่สดใส ได้เดินทางมาถึงสะพานข้ามแม่น้ำกลางป่าลึก ซึ่งเป็นสะพานไม้ผุพังไม่มั่นคง ขณะที่รถบัสแล่นไปได้กลางสะพาน เหตุการณ์ร้ายก็เกิดขึ้น สะพานไม้เกิดหักครืนลง รถบัสดิ่งลงสู่แม่น้ำที่เชี่ยวกราก ด้วยความสูงกว่า 50 เมตร นักศึกษาเกือบทั้งหมดต้องสังเวยชีวิตให้กับอุบัติเหตุครั้งนี้ มีเพียงส่วนหนึ่งที่รอดชีวิตมาได้

พวกเขาต้องเดินเท้าออกจากป่าลึก จนกระทั่งมาพบเมืองร้างกลางหุบเขา ที่ไม่มีผู้ใดอาศัยอยู่เลย ณ สถานที่ลึกลับแห่งนี้เอง ที่พวกเขาได้เจอกับเหตุการณ์สยองขวัญ ซึ่งพรากชีวิตของเพื่อนๆ พวกเขาไปทีละคนอย่างโหดเหี้ยม ไม่มีใครบอกได้ว่า พวกเขาไปลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือเป็นฝีมือของใครที่จ้องทำลายชีวิตพวกเขา คนที่รอดชีวิตกลับมาเท่านั้น ที่จะรู้ว่าที่แท้จริงสิ่งเหล่านี้คืออะไร…

อิทธิพลของหนัง
ใครที่ดูหนังเรื่องนี้แล้วนึกถึงอะไรบ้างครับ…วิธีการฆ่า, มุมกล้อง, อุปกรณ์การฆ่า, บุคลิกของนักฆ่า, เครื่องแต่งการของนักฆ่า, บรรยากาศและสถานที่ถ่ายทำ, สัญชาติญาณดิบของเหยื่อ…มันคุ้นๆ อะไรบ้างมั้ย…จะว่าไป หนังสยองที่ออกมาไล่ฆ่าคนอย่างไร้สติมีออกมามากมาย จนกระทั่งทำให้ผู้กำกับนึกมุขไม่ออกว่าจะให้มันออกมาเป็นทิศทางไหนดี แต่ทว่าไปแล้วสิ่งที่ผมกล่าวมาทั้งหมดข้างต้น ผู้กำกับภาคภูมินำเอาหนังสยอง(ดังๆ) หลายๆ เรื่องผสมปนเปกันจนเรียกได้ว่า “ไม่สร้างสรรค์” โหดแบบไร้สติ ฉากวิธีการฆ่า ไล่ล่า จากหนังดังๆ เช่น I know What You Did Last Summer, Battle Royal , The Texas Chainsaw จนถึงหนังสยองสุดคัลต์อย่าง Haute Tension และฉากโหดบางฉากผมยังไปนึกถึงผลงานของ Takashi Miike อีกด้วย มุขต่างๆ ถูกนำมาประเคนใส่หนังของตนเองซะจนน่าสะอิดสะเอียน บทหนังไร้เหตุผลไร้น้ำหนัก มีอยู่มากมายในเรื่อง อาทิ เด็กนักศึกษาสาวที่มีบทให้รอดตายก็ดูจะเข้มแข็งและแข็งแรงผิดมนุษย์ ขนาดโดนฆาตรกรโหดทำร้ายซะสาหัส ท้ายสุดขับรถยิ้มแฉ่ง เริงร่าอย่างน่าสงสัย “เฮ้ย โดนไปตั้งเยอะ ไม่เจ็บเหรอไงวะ?@!?” หรืออย่างมารับน้องนอกสถานที่ทั้งที ยังใส่ชุดนักศึกษากันอีกเหรอเนี่ย?@!? หรืออย่าง หนังสมัยใหม่ขนาดนี้ เด็กนักศึกษาสาวก็เห็นพกโทรศัพท์มือถือคุยอยู่ในรถบัส แต่พอเวลาฉุกเฉินกลับไม่มีใครนึกถึงโทรศัพท์มือถือกันเลยหรือไง?@!? หรืออย่างฉากการไล่ล่า เพื่อนตายมาแล้วไม่รู้กี่ศพ แต่พอนักศึกษาเข้าไปเจอมินิมาร์ทกลับแกะห่อขนมกินเล่นกันอย่างสนุกสนาน หน้าตาเฉย แบบว่า…”เฮ้ย เพื่อนเอ็งตายไปแล้วตั้งกี่คน ยังเล่นกันได้แบบนี้อีกเหรอวะ?@!?” เรียกว่าจุดอ่อนตรงนี้ของ ภาคภูมิ มีเพียบครับ หากจะสร้างหนังสยองขวัญเรื่องต่อไป คงต้องทำการบ้านอีกเยอะ

ฉากและการถ่ายทำ
หาทำเลดีอยู่ครับ ทั้งฉากในป่า มินิมาร์ท แม่น้ำไหลเชี่ยว ดูเงียบงัน และให้บรรยากาศน่ากลัวดี แต่ทว่าบางฉาก กลับทำได้ไม่สมจริงเลย อย่างฉากที่รถบัสกำลังจะตกจากสะพาน ภาพฉายออกมาราวกับรถกระป๋องจำลองห้อยอยู่ได้อย่างน่าตลกสิ้นดี หรืออย่างการถ่ายทำจากการจะเข้าไปรับน้องอยู่ในป่า สักพักก็ดันไปเจอเหมือนโรงงานร้างขนาดใหญ่โต (ซะงั้น -_-‘) ราวกับโรงงานอุตสาหกรรม ที่ไม่น่าจะอยู่ในป่าเลย หากเป็นโรงนาอยู่ตามธรรมชาติก็ว่าไปอย่าง หรืออย่างมินิมาร์ท (ใหม่เอี่ยมและสุดหรูหรา) กลางป่าทึบ แต่บริเวณพื้นที่ใกล้เคียงกลับเป็นโรงงานร้าง ออฟฟิศร้างเก่า(โคตร) ห้องน้ำโสยิ่งกว่าห้องน้ำตามปั๊มในต่างจังหวัดหรือตามโรงเรียน(ที่เด็กนั่งมั่วสุมดูดบุหรี่) อีก ซึ่งไม่คิดว่าจะมีนักท่องเที่ยวผ่านมาบริเวณนั้นได้เลย…แต่พี่ภาคภูมิก็ “จัดห้ายย” ในแบบ “งงๆ” ไร้เหตุผลสิ้นดีครับ

ประเด็นดีๆ ที่มีอยู่
เนื้อเรื่องพยายามสอดแทรกประเด็นดีๆ (ที่มีอยู่น้อยนิดและเบาบาง) เข้าไปในหนังด้วย
– ในเรื่องของการเชื่อฟังแม่ สิ่งที่แม่เตือน แม่เป็นห่วงนั้นสำคัญ โดยเฉพาะเด็กสมัยนี้ที่ติดเพื่อน บูชาเพื่อนและเคารพรุ่นพี่ ยิ่งกว่า พ่อแม่ของตัวเองซะอีก เป็นจุดเตือนใจที่ดี
– ฉากการรับน้อง บรรยากาศการว๊ากที่ทำให้เรานึกถึงตอนวัยรุ่นได้ดี ยิ่งฉากบายศรีทำได้ทีเดียว เป็นประเพณีที่ปัจจุบันยังคงรักษาไว้
– เรื่องราวของการเคารพเจ้าที่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่กล่าวไว้ในตอนต้นเรื่องถึง ประตูผี เจ้าที่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่หากเราไปที่ไหนก็ควรเคารพ และบอกกล่าวท่านไว้ก่อนก็เป็นสิ่งที่ดี แต่หากใครลบหลู่ ดูหมิ่นแล้วนั้น สิ่งไม่ดีก็จะเกิดขึ้นกับตัวเอง

ตอนจบ
ผู้กำกับเล่นกับกระแส Reality Game Show ที่คนฮิตกันเหลือเกิน กับการ Vote SMS เพื่อสั่งให้ผู้เล่นเกมอยู่ต่อ หรือ ออก (ตาย) ฉากจบหักมุมโดยการฉายภาพมาที่เด็กน้อยตัวเล็ก (ผู้หญิง) ยืนกดโทรศัพท์มือถืออยู่หน้าจอโทรทัศน์ ซึ่งผมว่า ผู้กำกับกะจะกระฉากอารมณ์คนดูให้รู้สึกว่า แม้กระทั่งสาวน้อยตัวเล็กยังมีอิทธิพลต่อชีวิตของผู้เล่นเกม (นักศึกษาที่กำลังผจญฆาตรกรในป่า) ซึ่งกระฉากอารมณ์ได้โหดร้ายแบบไร้สาระสุดๆ คงจะเป็น Reality Game Show ที่เล่นกันวันเดียวจบ สั่งเป็นสั่งตายได้เหมือนใบสั่งจากศาล หรือสรรพากร ตอนจบผมว่าผู้กำกับภาคภูมิคิดดีครับ ไอเดียดี แต่สื่อสารออกมาได้ไร้น้ำหนักและไม่เข้าท่าเอาซะเลย

หนังเรื่องนี้ถูกฉายเมื่อปลายปี 48 ครับ ผมเองซึ่งพลาดการดูในโรงมาแล้ว (เข็ดกับหนังสยองไทยเหลือเกิน) ตอนนี้หากใครสนใจก็คงต้องไปเช่าดีวีดี/วีซีดีมาดูกันได้ครับ… หนังที่ดูได้เพลินๆ อย่าไปคาดหวังอะไรให้มากมายละกัน…

โดย ศร-รณ (aka ถั่วเขียว ณ ทุ่งสังหาร)
Rating: 3.00 / 6.00

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 4.4/5 (5 votes cast)

The Letters of Death (2006) เดอะเลตเตอร์ เขียนเป็น ส่งตาย..หนังจำพวกเอะอะก็ตาย…เอะอะก็จะฆ่า

The Letters of Death (2006)  เดอะเลตเตอร์ เขียนเป็น ส่งตาย
The Letters of Death (2006) เดอะเลตเตอร์ เขียนเป็น ส่งตาย

The Letters of Death (2006)
เดอะเลตเตอร์ เขียนเป็น ส่งตาย
นำแสดง : มหาสมุทร บุณยรักษ์, ชลลดา เมฆราตรี, กรรชัย กำเนิดพลอย, ศุภกิจ ตังทัตสวัสดิ์, แอนดี้ เขมภิมุก, อโณมา ศรันย์ศิขริน
กำกับ : กพล ทองพลับ
ประเภท :Horror

 

The Letters of Death (2006)  เดอะเลตเตอร์ เขียนเป็น ส่งตาย
The Letters of Death (2006) เดอะเลตเตอร์ เขียนเป็น ส่งตาย

เรื่องย่อ: เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อชัยวัฒน์ เพื่อนร่วมรุ่นตายไปต่อหน้าต่อตาเสรี เหลือเพียงซีดีที่ชัยวัฒน์ ให้เป็นข้อมูล ในซีดีแผ่นนี้ มีแต่ภาพคนตาย ซึ่งทั้งหมดเป็นเพื่อนนักเรียนตอนอยู่ ป.6 ห้องเดียวกับเขาทั้งสิ้น แต่น่าแปลกใจคือ ผู้ตายได้รับ “จดหมายลูกโซ่ปริศนา” ทุกคน !!!

เสรีและนาตยาเริ่มสืบหาสาเหตุจากข้อมูลที่มีอยู่ และถ้าไม่สามารถแก้ปริศนาได้ภายในเวลาที่กำหนดในจดหมาย ความตายเท่านั้นที่เป็นคำตอบสุดท้าย ตอนนี้ นาตยา เพื่อนสาวร่วมรุ่นได้รับจดหมายแล้ว และเพื่อนที่เหลืออยู่ ทุกคนก็ได้รับจดหมายเช่นกัน เสรีได้บอกทุกคนเรื่องความตายจากจดหมายปริศนาที่ทุกคนได้รับ แต่ไม่ใครเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง น่าจะเป็นเหตุบังเอิญมากกว่า จนกระทั่งพวกเขาทุกคนได้เผชิญหน้ากับความตายไปทีละคนอย่างไม่มีทางเลือก

การค้นหาคำตอบเริ่มชัดเจน เมื่อพฤกษ์ตั้งข้อสันนิษฐานว่า จดหมายปริศนาน่าจะเกี่ยวข้องกับ “ไอ้แว่น” เพื่อนคนหนึ่งสมัย ป.6 ที่มักถูกเพื่อนๆ แกล้งเสมอ ขณะที่ปมปริศนากำลังจะถูกคลี่คลาย เวลาของพฤกษ์ก็หมดลง เช่นเดียวกับเพื่อนคนอื่นๆ เหลือแต่เสรีกับนาตยา สองคนสุดท้ายในรุ่น ที่จะต้องแก้ปมปริศนาต่อไป พวกเขาจะสามารถหาคำตอบได้ทันหรือไม่ เพราะเวลาของพวกเขาทั้งสองกำลังจะหมดลงเหมือนกับเพื่อนของเขาอีกในไม่ช้า…….

หนังไทยที่โปรโมตมากมาย…
หนังจาก “เจ้าพ่อผีเมืองไทย ดีเจ ป๋อง กพล ทองพลับ…ดีเจ ป๋อง เดอะ ช็อก…ผู้รู้จริงเรื่องผี ผู้คร่ำหวอดในเรื่องภูตผีวิญญาณมานานร่วม 20 ปี…” และอีกมากมายคำโปรโมตที่ หรืออาจจะเรียกว่า บุคคลที่หากินกับผี ก็คงจะว่าได้ (แซวเล่นนะครับ ^^ หนังจะคุณภาพสนุกสยองดั่งคำยกย่องหรือเปล่า เพื่อนๆ คงต้องไปพิสูจน์เองนะ)…

นอกจากทางค่ายหนัง เอ จี เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จะใช้ชื่อเสียงของผู้กำกับกระพือโปรโมตหนังเรื่องนี้แล้ว ทาง AG ยังใช้กลยุทธ์ทางการตลาดที่เล่นกับเรื่องราวความเชื่อของคนไทย กับ “จดหมายลูกโช่” ที่เป็น theme หลักของหนังเรื่องนี้ จนกระทั่งมีคนไม่พอใจถึงกับว่ากันไปถึงเรื่องราวของกฏหมาย ซึ่งทางบริษัทฯ เองก็ออกมาขอโทษเป็นที่เรียบร้อย (หลังจากสร้างกระแสได้อย่างล้นหลาม…จนเรียกว่าคุ้มค่า และยอมโดนด่า) สำหรับใครที่ไม่ได้ติดตามข่าวสาร ผมก็ขอนำข้อความข่าวจากเว็บไซต์ Manager Online มาลงให้อ่านกันบางส่วนครับ

“กลายเป็นปัญหาขึ้นมาอีกจนได้สำหรับวิธีการโปรโมตหนังในบ้านเรา ล่าสุดเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่อง “เดอะ เลตเตอร์ เขียนเป็นส่งตาย” ของบริษัทเอจี เอนเตอร์เทนเม้นท์ กำกับโดย “ป๋อง กพล ทองพลับ” ที่ได้มีนักศึกษาส่วนหนึ่งเข้าร้องเรียนไปยังสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคภายหลังได้รับจดหมายลูกโซ่มีเนื้อหาใจความในลักษณะที่ว่าจดหมายฉบับที่ว่าเขียนมาจากเพื่อนคนหนึ่งบอกว่าตนคงจะตายไปแล้วที่จดหมายฉบับนี้มาถึงมือผู้รับ และคนที่ได้รับจดหมายนี้จะต้องเขียนจดหมายส่งต่อไปอีกจำนวน 29 ฉบับ มิเช่นนั้นก็จะต้องจบชีวิตเช่นเดียวกับตน พร้อมกับลงท้ายเป็นรูปลายเส้นภาพแขวนคอและข้อความว่าแล้วเจอกันวันที่ 23 พ.ย….

ทั้งนี้หลังจากการได้รับการร้องเรียน ในวันนี้(16)ทางผู้บริหารค่ายเอจี เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ โดยนาย “สมศักดิ์ ทรงธรรมากุล” ประธานบริหาร พร้อมด้วยทนายความส่วนตัว และ “ป๋อง กพล ทองพลับ” ในฐานะของผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวจึงได้เข้าไปชี้แจงต่อนายนพปฎล เมฆเมฆา ผู้อำนวยการสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคเป็นที่เรียบร้อยแล้วในช่วงสายที่ผ่านมา โดยบอกว่าจดหมายที่ว่านั้นถูกทำออกมาเพื่อเป็นการโปรโมตภาพยนตร์เรื่อง “เดอะเลตเตอร์ เขียนเป็นส่งตาย” จำนวนทั้งสิ้น 2,000 ฉบับด้วยกัน เน้นไปที่กลุ่มนักเรียน – นักศึกษา และมิได้มีเจตนาที่จะสร้างความตกใจให้กับผู้รับแต่อย่างใด เนื่องจากจะมีการส่งโปสการ์ดบอกรายละเอียดแนบไปกับจดหมายที่ว่านี้ด้วยทว่าได้เกิดการผิดพลาดต่อการจัดส่งจึงทำให้โปสการ์ดไม่ได้ถูกส่งไปพร้อมกับจดหมายพร้อมกับกล่าวขอโทษในความผิดพลาดดังกล่าว…”

ใครอยากอ่านเต็ม ๆ ก็เข้าไปได้ที่ http://www.manager.co.th/entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9490000141608 ครับ เอาเป็นว่า เพื่อนก็ใช้วิจารณญาณตัวเองดูนะครับ ว่าการกระทำแบบนี้สมควรหรือเปล่า

หนังจำพวกเอะอะก็ตาย…เอะอะก็จะฆ่า
เนื้อเรื่องชี้ไปที่เด็กนักเรียนที่เข้ามาใหม่กลางเทอมคนหนึ่ง โดยถูกแกล้งจากกลุ่มเพื่อนนักเรียนด้วยกัน แกล้งซะจนทำให้เด็กนักเรียนใหม่คนนั้นได้รับอุบัติเหตุตกบันได ชนิดที่เรียกว่า สาหัสจนไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อีกต่อไป เด็กนักเรียนใหม่คนนั้นก็มีแต่ความแค้น เกลียดชัง ประกอบกับเด็กน้อยคนนั้นชอบเล่นเกมแฮงค์แมนเป็นชีวิตจิตใจ สุดท้ายจึงจบชีวิตลงพร้อมกับฝังความแค้นลงในจดหมายลูกโช่ พร้อมทิ้งปริศนาให้เพื่อนๆ ในห้อง ป.6 ที่เคยแกล้งเขาได้แก้ไขปริศนานั้นดู

ดูหนังเรื่องนี้จบแล้ว ส่วนตัวผมก็มีเรื่องขำๆ เล็กน้อยมาเล่าให้ฟัง เรียกน้ำย่อย เผื่อผู้ที่ไปชมจะร่วมสังเกตไปกับผมด้วย เริ่มต้นที่…หน้าตาเจ้าเด็กนักเรียนใหม่ที่ตอนสมัยเรียนอยู่ ป.6 ก็น่ารักดีนะครับ แต่พอแกประสบอุบัติเหตุ หรือประสบเคราะห์จากการกลั่นแกล้งของเพื่อน ๆ ร่วมชั้น และโตขึ้นมาชนิดที่เรียกว่า พกความคาดแค้นมาเต็มกระเป๋านั้น หน้าตาแกดูไม่ได้เลยครับ ดูไม่ได้อย่างมากมาก แตกต่างจากเพื่อนร่วมชั้นที่โตขึ้นมานั้น หน้าตา หล่อ สวย เป็นนายแบบ นางแบบสบายๆ ผมว่าการสร้างบุคลิกตัวละครได้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงซะขนาดนั้นเนี่ย มันออกจะดูจงใจให้เกิดความแตกต่าง ระหว่าง คน กับ ผี(ที่มีแต่ความแค้น) ช่างไม่สมจริง และน่าขำ(เล็กน้อย) อย่างที่สุด ผมว่าการสร้างหนังจำพวกนี้ไม่จำเป็นต้องสร้างความแตกต่างในเรื่องของหน้าตาของตัวละครในลักษณะนี้ก็ได้ครับ

พระเอก จีน มหาสมุทร (จากภาพยนตร์เรื่อง หมานคร) ของพี่ป๋อง ที่ผมเห็นแกให้สัมภาษณ์ในงานเปิดตัวหนังว่า ต้องพระเอกคนนี้แหละ มีลักษณะในแบบ anti – hero คือลักษณะที่ว่าไม่น่าเป็นพระเอก แต่ก็เป็นพระเอกได้ ผมว่าพระเอกคนนี้มีความสามารถในระดับนึงครับ แต่แกต้องพัฒนาฟิลลิ่งในการเล่นภาพยนตร์จำพวกนี้อีกเยอะครับ เพราะเสียงแก ชวนง่วงนอน(มาก) นิ่ง ราบ เรื่อย เอื่อย ขนาดจุดสุดยอดของเรื่องที่พระเอกจีน ต้องตะโกนให้ นางเอกเก๋ เขียนจดหมายลูกโซ่ต่อนั้น มันยังดูไร้อารมณ์เหลือเกิน…

อย่างที่บอกไปครับ หนังเรื่องนี้เข้าข่าย หนังเอะอะก็ฆ่า เอะอะ เอ็งก็ต้องตายครับ…ซึ่งน้ำหนักในการประพันธ์หนังในเดอะ เล็ตเตอร์ให้เกิดการฆ่าล้างแค้นยกห้องแบบนี้ มันเบาหวิวมากครับ ไม่รู้แค้นอะไรนักหนา จะฆ่ามันล้างโคตร ทำนองนั้นเลย มันเสียดายนักแสดงที่อุตสาห์ตั้งใจมาโปรโมตหนัง มาร่วมแสดงครับ ออกมาฉาก สองฉาก ก็โดนฆ่าซะสยดสยอง หรือพี่ป๋อง ต้องการจะขายหนังในลักษณะ Gore ก็ไม่อาจทราบได้

กลิ่นหนังฝรั่งที่พี่เค้าอาจได้รับอิทธิพลมาก็คุกรุ่นอยู่หลายเรื่อง หนังจำพวกค่อยๆ ตายไปทีละคน ทีลคน ผมว่าเพื่อนๆ คงจะนึกออก ยิ่งหากได้ดูผลงานของพี่ป๋องในเรื่องนี้แล้ว คงจะร้อง ‘อ๋อ’ กันได้ไม่ยาก

ผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกของ “เจ้าพ่อผีเมืองไทย” ผมก็ขอเอาใจช่วยให้พี่ “เจ้าพ่อผี” สร้างผลงานคุณภาพออกมาอีกเยอะๆ นะครับ

..ใครใคร่อยากดูหนังโรง ก็เชิญครับ
..ใครใคร่อยากรอดูหนังแผ่น (ก็แนะนำนะ) ^^

โดย ศร-รณ (aka ถั่วเขียว ณ ทุ่งสังหาร)
Rating: 2.00 / 6.00

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 3.4/5 (11 votes cast)

หนังไทยเข้าใหม่ เรื่อง “ตีสาม 3D”

หนังไทยเข้าใหม่ “ตีสาม 3D”
หนังไทยเข้าใหม่ “ตีสาม 3D”

หนังไทยเข้าใหม่ “ตีสาม 3D”

ภาพยนตร์ 3 มิติ จากค่ายไฟว์สตาร์ โปรดักชั่นนำเสนอความหลอนประสาทครั้งใหม่ กับเวลาอาถรรพ์ที่เหล่าภูติผีและวิญญาณอาฆาตจะปรากฏร่างได้ชัดเจนที่สุด หลอนที่สุด และใกล้ชิดที่สุด กับภาพยนตร์ 3 เรื่อง 3 รส ผลงานของ 3 ผู้กำกับ ที่จะทำให้ทุกคนตระหนักว่าในเวลา ตีสาม อาจมีบางอย่างที่กำลังจ้องมองคุณอยู่!!!

ตีสาม 3D ตอน เกศสยอง
กำกับ : พัชนนท์ ธรรมจิรา
นำแสดง : สายป่าน – อภิญญา สกุลเจริญสุข, โฟกัส จีระกุล, ตี๋ – วิวิศน์ บวรกีรติขจร(ตี๋ AF), นุ้ย – ธนวัฒน์ ประสิทธิสมพร (นุ้ย EFM), แนนซี่ – นัยน์ภัค ภูมิภักดิ์
มินท์ (สายป่าน) กับ เมย์ (โฟกัส) สองพี่น้องลูกสาวร้านขายวิกผมที่ไม่ค่อยลงรอยกัน เพราะมินท์ ซึ่งเป็นพี่สาว ไม่สนใจจะช่วยงานของร้าน ปล่อยให้เมย์ทำงานร้านอยู่คนเดียว เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นในวันที่พ่อกับแม่เดินทางไปต่างประเทศ ทิ้งให้พวกเธออยู่เฝ้าร้านกันตามลำพัง เมย์รับซื้อเส้นผมโดยไม่รู้ถึงที่ที่มาของเส้นผมสวยงามเหล่านั้น ขณะที่มินท์ชวนเพื่อน ๆ มาปาร์ตี้กันที่บ้านและนำเส้นผมนั้นมาล้อเล่น
ของของใคร ใครก็รัก … แล้วพวกเธอจะรอดพ้นคืนนี้ไปได้หรือไม่? เมื่อมีบางสิ่งมาตามทวงผมคืน

ตีสาม 3D ตอน เรือนหอคนตาย
กำกับ : กิรติ นาคอินทนนท์
นำแสดง : โทนี่ รากแก่น, เกรซ – กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า, ปีเตอร์ ไนท์
ไมค์ (ปีเตอร์) และ เชอรี่ (เกรซ กาญจน์เกล้า) เป็นหนุ่มสาวที่รักกันมากแต่กลับเสียชีวิตก่อนถึงวันแต่งงานเพียงหนึ่งสัปดาห์ และแม้ทั้งคู่จะตายไปแล้ว แต่พ่อแม่ของทั้ง 2 ฝ่ายตกลงใจที่จะเก็บศพของทั้งคู่ไว้ ประหนึ่งว่าทั้งสองยังมีชีวิตอยู่โดยมี ทศ (โทนี่) บุรุษพยาบาลหนุ่มรับหน้าที่ดูแลร่างของทั้งคู่ให้ดูเหมือนไม่เคยจากโลกนี้ไป แต่ทศกลับตกหลุมรักร่างที่ดูงดงามควรค่าแก่การทะนุถนอมของเชอรี่ และความรู้สึกนี้นำมาซึ่งความหลอนที่ไม่อาจคาดเดาบทสรุปได้

ตีสาม 3D ตอน O.T. (Overtime)
กำกับ : อิสรา นาดี
นำแสดง : ชาคริต แย้มนาม, เรย์ แมคโดนัลด์, ซัน – ประชากร ปิยะสกุลแก้ว, ดีเจ เตยหอม – กันยรินทร์ นิธินพรัศม์
กลางดึกขณะที่ทั้งออฟฟิศมีข่าวลือว่าผีดุ เหลือเพียง การัน (ชาคริต) กับ ที (เรย์) เจ้าของบริษัทหรูใจกลางเมือง ที่นอกจากจะไม่กลัวผีแล้ว ยังชอบแกล้งคนอื่นให้ตกใจอยู่เสมอ คืนนั้น บั๊ม (ซัน ประชากร) กับ งิ้ง (เตยหอม) ลูกน้องของการันกับที เข้ามาที่ออฟฟิศกลางดึกเพื่อที่จะเคลียร์งานให้ทันส่งตอนเช้า การันกับทีดึงทั้ง 2 คนเพื่อที่จะหาเรื่องแกล้งกัน
แต่การแกล้งกันครั้งนี้กลับมีเรื่องแปลก ๆ เกิดขึ้นอย่างหาคำอธิบายไม่ได้ พวกเขาไม่รู้เลยว่า เรื่องแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นฝีมือของใครกันแน่ ???

กำหนดฉาย : 22 พฤศจิกายน 2555

หนังผีไทยเข้าใหม่ ตีสาม 3D
หนังผีไทยเข้าใหม่ ตีสาม 3D


VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 3.5/5 (13 votes cast)

คุณเชื่อเรื่องเล่าในโรงเรียนประจำมั้ยครับ…Dorm – เด็กหอ (2006)

เด็กหอ Dorm (2006)
เด็กหอ Dorm (2006)

Dorm (Dekhor) 2006
เด็กหอ
นำแสดง: จินตหรา สุขพัฒน์, สุทธิพงศ์ ทัดพิทักษ์กุล, นิภาวรรณ ทวีพรสวรรค์, ชาลี ไตรรัตน์, ศิรชัช เจียรถาวร, ณฐพร เตมีรักษ์, จิรัฎร์ สุขเจริญ, ธนบดินทร์ สุขเสรีทรัพย์, ปกาสิต พันธุ รัตน์, อนุชิต ปนัดเศรณี, มณฑล อานุภาพมาศ
กำกับ: ทรงยศ สุขมากอนันต์
บทภาพยนตร์: ชลลดา เตียวสุวรรณ, วรรณฤดี พงษ์สิทธิศักดิ์, ทรงยศ สุขมากอนันต์
ประเภท: Drama/Horror

เด็กหอ Dorm (2006)
เด็กหอ Dorm (2006)

“คุณเคยถูกส่งไปอยู่โรงเรียนประจำมั้ย?
คุณรับมือกับความเหงาและการไม่มีเพื่อนยังไง?”
คำโปรยที่เป็นโครงสร้างหลักทั้งหมดของหนังเรื่อง “เด็กหอ” ผลงานของหนึ่งในผู้กำกับหนังเรื่อง “แฟนฉัน” ที่สร้างรายได้และความ ประทับใจของผู้ชมมาแล้ว “เด็กหอ” จึงเป็นเป็นผลงานที่ต้องพิสูจน์ของทรงยศ…

“ผมยังจำครั้งแรกที่จากบ้านไปไกลได้ดี…ผมอายุ 12 เรียน ม.1 ผมถูกส่งไปอยู่โรงเรียนประจำ อย่างฉุกละหุก สาเหตุนะหรือครับ ก็เพื่อที่ผมจะได้พ้นไปจากบ้าน ไกลไปเสียจากพ่อ คุณอาจจะ สงสัยว่าทำไม แต่ผมไม่แปลกใจหรอก เพราะผมนี่แหละคือคนที่รู้ความลับของเขา การต้องย้าย โรงเรียนกลางเทอมเป็นเรื่องโหดร้ายจริงๆ ไหนจะห้องเรียนใหม่ ไหนจะเรือนนอนที่ไม่สนิทใจ เหมือนอยู่บ้าน…มีเรื่องเล่ามากมายในโรงเรียนประจำ คุณเชื่อเรื่องเล่าในโรงเรียนประจำมั้ย ครับ…” (เรื่องย่อบางส่วนจากเว็บไซต์ dekhor.com)

นั่นแหละครับ เป็นเรื่องย่อบางส่วนที่ผมคัดมา เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นมาจากจุดนั้นครับ การที่ ต้องไปอยู่ห่างไกลจากบ้าน อารมณ์ความรู้สึกที่ทำออกมา ทำได้ดีทีเดียวครับ เรียกได้ว่า ถ้าใคร เคยไปเรียนห่างไกลบ้านและต้องไปอยู่หอ อยู่โรงเรียนประจำนั้นจะต้องนึกถึงอารมณ์ตอนช่วง นั้นได้แน่นอน (ผมเองก็ไปเรียนต่างจังหวัด และเคยอยู่หอเช่นกัน) พล็อตเรื่องดำเนินไปอย่างรวด เร็ว บทบาทของต้น ชาตรี (น้องแน็ค ชาลี จาก “แฟนฉัน”) และวิเชียร (น้องไมเคิล ศิรชัช) นั้น คงจะทำให้ผู้ชมประทับใจได้ไม่ยากครับ เพราะเรื่องมีทั้งดราม่า ตลก ไปจนถึงพล็อตหนัง Horror ที่พยายามจะไม่นำผี ประเภทหน้าขาว ชุดคลุมยาว โผล่มาตามผนัง เพดาน สระน้ำ เลื้อยคลานอยู่ใต้เตียงมาเล่นในหนังเรื่องนี้ แต่กลับเล่นกับอารมณ์ของคนดูมากกว่า เรื่องสามารถ คาดเดาได้ตั้งแต่ช่วงกลางเรื่อง แต่ก็ไม่ทำให้หนังหมดสนุกในช่วงกลางถึงท้ายเรื่อง กลับสร้าง อารมณ์ในแบบดรามา เข้ามาแทน เทคนิกการเล่าเรื่องใกล้ตัวของทรงยศนั้นเป็นเรื่องที่เรียกได้ว่า “ถนัด” และสามารถดึงอารมณ์ร่วมของคนดูได้เป็นอย่างดีครับ

ใครเป็นแฟนหนังของผู้กำกับคนนี้อยู่แล้ว ดูได้ไม่ผิดหวังครับ เป็นหนึ่งในหนังที่พยายามฉีกแนว ความจำเจของหนัง Horror จำพวกผีทั่วไปได้ดี และนำดราม่ามาสร้างความประทับใจได้ไม่ น้อย ตอนนี้หนังกำลังเข้าโรงอยู่ครับ ใครสนใจใคร่ดู ก็อย่ารีรอครับ…

โดย ศร-รณ (aka ถั่วเขียว ณ ทุ่งสังหาร)
Rating: 4.50 / 6.00

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 4.8/5 (4 votes cast)

Black Night (2006) หนังสามชาติที่ “ลาง”จะ “หลอก” เงินให้เรา “หลอน” จนเข็ดขยายไปอีกนาน

รีวิวหนัง Black Night ลาง หลอก หลอน (2006)
รีวิวหนัง Black Night ลาง หลอก หลอน (2006)

Black Night (2006)
ลาง – หลอก – หลอน
นำแสดง: พิชญ์นาฎ สาขากร (ปราง), ขจรศักดิ์ รัตนนิสสัย (วิทย์), นัชชา บุตรศรี (แพรว), ดีแลน กัว (โจ), แอนนี่ หลิว (เจน), เรซ หว่อง (โฮซี่) , อาซากะ เซโตะ (ยูกิ), ทาคาชิ คาชิวาบาระ (ซาโตชิ), โทโมโรโว ทากาอุจิ (ดร. คาไว)
กำกับและเขียนบท:ธนิตย์ จิตนุกูล, แพทริก เหลียง, ทาคาฮิโกะ อากิยามา
ประเภท: Horror

รีวิวหนัง Black Night ลาง หลอก หลอน (2006)
รีวิวหนัง Black Night ลาง หลอก หลอน (2006)

“ภาพยนตร์ทดสอบความกล้ากับสิ่งที่ทุกชาติเรียกว่าผี” โอ้ว…คำโปรยสุดท้าทายจากภาพยนตร์สามชาติสยองขวัญเรื่อง ลาง – หลอก – หลอน ที่ช่างเป็นลาง หลอน หลอกตัวผมเองเหลือเกิน เรื่องราวเป็นยังไง…ติดตามกันได้

หนังสามชาติที่ประกอบไปด้วยเรื่อง The Lost Memory ส่งเข้าประกวดโดยพี่ไทย, Next Door ส่งเข้าประกวดโดย ฮ่องกง และสุดท้าย Dark Hole ส่งเข้าประกวดจากญี่ปุ่น หนังสามชาติที่ใช้ชื่อร่วมว่า Black Night หรือชื่อไทย ลาง – หลอก – หลอน เรื่องราวที่ใช้ theme ที่ว่าด้วยเรื่องของ “น้ำ”

ว่ากันทีละเรื่องครับ…

Next Door (ฮ่องกง) กำกับ: แพทริค เหลียง
เขียนบท: แพทริค เหลียง, ซาร์ลี ซอย
หนังจากฮ่องกงที่ผมตั้งใจจะมาดูผลงานจากผู้กำกับ แพทริค เหลียง ผู้ที่สร้างชื่อจากการทำหนังเรื่อง The Twins Effect II หนังบู๊ เทคนิกตระการตาที่กอบโกยเงินไปพอสมควร สำหรับหนังแสดงหลักในเรื่องนี้ประกอบไปด้วย ดีแลน กัว (โจ), แอนนี่ หลิว (เจน) และเรซ หว่อง (โฮซี่) เรียกว่า ได้นักแสดงมากความสามารถ และมีชื่อเสียงในฮ่องกงมาร่วมงานด้วย ในเรื่องบทบาทการแสดงของนักแสดงทั้งสามหายห่วงครับ เรื่องราวที่ปูเรื่องด้วยความเชื่อในคืนปล่อยผี ช่วงเดือนอาถรรพ์ คล้ายกับวันพระใหญ่ในบ้านเรา ที่จะมีความเชื่อว่า ภูติผีที่ไร้ญาติจะคอยออกมาขอแบ่งส่วนบุญ ในช่วงนี้แหละ ที่จะมีเหตุการณ์สยองเกิดขึ้นได้บ่อยๆ…

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อ “เจน” สาวนักดนตรีสุดเซ็กซี่เดินทางกลับมาหาแฟนหนุ่ม “โจ” ที่เป็นตำรวจอยู่ที่จีนแผ่นดินใหญ่ จากระยะเวลาที่เจนห่างหายไปจากโจไป ทำให้โจไปมีความสัมพันธ์กับสาวแผ่นดินใหญ่ที่อยู่ข้างห้อง ด้วยความเจ้าชู้ของโจ เมื่อเจนกลับมาทำให้ โจกลับไปมีความสัมพันธ์สวาทกับเจนอีกครั้ง ซึ่งในขณะเดียวกันนั้น โจ หารู้ไม่ว่า แฟนสาวแผ่นดินใหญ่ที่อยู่ข้างห้องนั้น…เธอได้ตายไปแล้ว…

หนังเดินตามสูตรหนังผี หนังสยองทั่วไป ด้วยการฉายภาพปัจจุบัน แล้วค่อยย้อนอดีต เฉลยปมหนังผ่อนคลายไปทีละปล้อง จะว่าไปแล้ว “Next Door” เป็นหนังที่เต็มไปด้วยความรัก เซ็กส์ ความสัมพันธ์สวาท และความเครียดแค้นอยู่เต็มไปทุกอนูของหนัง เรียกว่าเป็นหนังตามสูตรที่ผมว่า เพื่อนๆ คงจะเอียนความเนื้อเรื่องในพล็อตแบบนี้แล้ว

Dark Hole
กำกับ: ทากาฮิโกะ อากิยาม่า
เขียนบท: ทากาฮิโกะ อากิยาม่า, มายูโกะ โต
จากการโปรโมตว่า ทากาฮิโกะ นั้นเคยเป็นผู้กำกับเทคนิกพิเศษในหนังเรื่อง Final Fantasy: The Spirits Within นอกจากนี้หนังยังได้นักแสดงนำ อาซากะ เซโตะจากหนังเรื่อง One Missed Call ภาคสอง, ทากาชิ คาชิวาบาร่า และ โทโมโรโวะ ทากูจิมาร่วมสร้างความสยองขวัญอีกด้วย Dark Hole เป็นหนังที่นำเรื่องของความทรงจำ อดีตที่ฝังใจในช่วงเด็กมาเป็น theme หลักของเรื่องราวทั้งหมด (จะว่าไปส่วนใหญ่ผู้กำกับหนังญี่ปุ่นมักชอบที่จะนำเรื่องแบบนี้มาใช้เป็นพื้นฐานสร้างให้หนังมีน้ำหนักและเหตุผลกับเหตุการณ์ในปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความรุนแรง สุดสยอง) เหตุการณ์เริ่มที่ ยูกิ ต้องพบเจอกับฝันร้ายอันสุดแสนทรมานในเรื่องเดิมๆ ซ้ำๆ มาตลอด ทำให้เธอต้องไปพบกับจิตแพทย์ เมื่อเธอโดนจิตแพทย์สะกดจิต ความลับ ความทรงจำในตอนเด็กทุกอย่างก็เริ่มกลับมา ปริศนาเกี่ยวกับความฝันของเธอเริ่มจะมีคำตอบ…

เศร้า เศร้า เศร้า…
หมายถึงตัวผมเองนะครับ ผิดหวังมากๆ กับเนื้อเรื่องที่เชื่อมโยงกับสัตว์เลี้ยง (สุดสยอง) ของยูกิ ซึ่งหน้าตามันน่ารักมั่กมากก..ถ้านึกภาพไม่ออกก็ให้นึกถึงหน้าตาสัตว์ประหลาดพวกขบวนการ 5 สีทั้งหลายนั่นแหละครับ ดูไปดูมานึกว่า เป็นหนังขบวนการ 5 สี ปราบเหล่าร้าย ซะงั้น ~~ เนื้อเรื่องปูมาด้วยเรื่องเกี่ยวกับจิตแพทย์ การใช้มุมกล้องที่น่าสนใจ แต่ไหงกลับมาทำหนังที่ไร้น้ำหนัก เบาโหวง สุดๆ ได้แบบนี้…ขอให้ท่านผู้ที่คิดจะดู ทำใจไว้ล่วงหน้าครับ

The Lost Memory กำกับ: ธนิตย์ จิตนุกูล
เขียนบท: ธนิตย์ จิตนุกูล, ฐิติพงศ์ ใช้สติ, เยาวพิน เจริญลู่ลิขิตกุล, วรรธนะ วันชูเพลา
ผลงานการกำกับของผู้กำกับ ธนิตย์ ที่ทำหนังน่ารัก หนุกหนานได้โดยใจผมในเรื่อง ซึมน้อยหน่อย กะล่อนมากหน่อย และหนังปลุกใจ แนวรักชาติเรื่องบางระจันได้ดีทีเดียว คราวนี้ ธนิตย์ หันมาลองจับหนังสยองขวัญกันบ้าง และก็ทำได้ไม่ผิดหวังครับ… นักแสดงนำในเรื่องนี้ประกอบไปด้วย พิชญ์นาฎ สาขากร(ปราง) , ขจรศักดิ์ รัตนนิสสัย(วิทย์) , นัชชา บุตรศรี (แพรว) และ เด็กชายอธิพันธ์ ฉันทอภิชัย (ซัน) เรื่องราวของ “ปราง” คุณแม่ยังสาวที่ต้องเลิกลากับสามีจอมเจ้าชู้ “วิทย์” ในขณะที่มีลูกชายวัยกำลังซนอย่าง “ซัน” ที่ปรางคิดว่าจะมาเป็นแก้วตาดวงใจให้สามีเลิกเจ้าชู้ได้ เรื่องถูกผูกไว้ด้วยเพื่อนคนสำคัญแสนสนิทของปราง นั่นคือ แพรว ผู้หญิงที่มีความสัมพันธ์บางอย่างกับวิทย์…

ธนิตย์พยายามหลอกล่อให้คนดูตายใจ ด้วยความตายของแพรวที่ดันกลายมาเป็นผี หลอกหลอน ปรางเพื่อนสนิทของตนเองอย่างไร้เหตุผล และเหตุผล น้ำหนักต่างๆ ก็เริ่มปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ ต้องยอมรับว่าภายในเวลาช่วงสั้นๆ ของหนัง ธนิตย์พยายามรวบรัดเนื้อหาต่างๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม สิ่งหนึ่งที่เราเห็นธนิตย์พยายามทำในหนังผีของเขาคือ การฉีกผีในอุดมคติที่จะต้องหน้าขาว คลานช้าๆ ออกมาจากมุมต่างๆ ของห้อง ในเรื่องนี้ ธนิตย์กลับใช้ผีตัวดำ อีกทั้งยังมีการจู่โจมที่รวดเร็วในระยะประชิดอีกด้วย จุดตรงนี้สร้างความหลอกหลอนให้คนดูได้ไม่น้อย คงไม่เฉลยครับ สำหรับเรื่องราวในเรื่องนี้ แต่ถ้าอยากดูธนิตย์กำกับหนังผีแบบซีเรียส ก็อย่าพลาดเลยแหละ เขาทำได้ไม่เลวเลยทีเดียว

บทสรุป ลาง หลอก หลอน
ต้องยอมรับว่า ข้อ1. The Lost Memory และ Next Door ทำได้สมตัวครับ ไม่แย่หรือดีแบบเห็นได้ชัด เสมอตัวในความเป็นหนังผี ส่วน Dark Hole นั้นก็ต้องขอสดุดี อันเชิญให้หนังเรื่องนี้กลับลงหลุมต่อไป อาจจะเนื่องจากว่า สัตว์เลี้ยงตัวน้อยตัวนั้น เป็นหนึ่งในตำนานพื้นบ้านของญี่ปุ่นที่คนไทยอย่างผมไม่อาจเข้าใจก็เป็นได้

ข้อ2. ผิดหวังกับหนังร่วมทุน สามชาติ สร้างอีกแล้ว… หลังจากที่ผิดหวังกับหนังสามชาติในเรื่องก่อนๆ ที่ทำโปรโมชั่นดี๊ดี จนเราอยากไปดูและก็ต้องมาผิดหวัง …คราวนี้เพียงอยากพิสูจน์ว่า มาตรฐานการทำหนังสามชาติจะกลับมาดีเหมือนเรื่องแรกๆ ที่ทำออกมาบ้างมั้ย กลับกลายเป็นว่า หนังสามชาติเริ่มตกต่ำ ไร้ความสนุกและดึงดูง ผมว่าหลายคนคงเข็ด หากมีเรื่องต่อๆ ไปอีก เข็ดว่ามันจะเป็น “ลาง” ที่คอยแต่จะ “หลอก” เงินในกระเป๋าของเรา ซึ่งหากเรายอมเสียตังส์ไปดูแล้ว มันคงจะ “หลอน” ให้เราเข็ดไปอีกนาน… ..ราวกับเพื่อนเล่าให้ฟังถึง หญิงคนหนึ่งที่หน้าตาสวยดุจนางฟ้า แต่พอเรากลับไปเห็นตัวจริงแล้วก็ต้องร้อง “ยี๊” ออกมาดังๆ…

โดย ศร-รณ (aka ถั่วเขียว ณ ทุ่งสังหาร)
Rating: 2.50 / 6.00

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 3.3/5 (4 votes cast)

ลองของ…เสียวสยองทุก 2 นาที คุณยังจำสโลแกนนี้ได้หรือเปล่าครับ

รีวิวหนังลองของ เสียงสยองทุก 2 นาที
รีวิวหนังลองของ เสียงสยองทุก 2 นาที

Art Of The Devil 2 (2005)
ลองของ
นำแสดง: ครูพนอ (นภคปภา นาคประสิทธิ์), ต๊ะ (นะโม ทองกำเนิด), ปอ (อัค รินทร์ ศิวพรพิทักษ์), คิ้ม (หทัยวรรณ งามสุคนธภูษิต), แต (กรกช วรมุสิก), นุช (ชนิดา สุริยะกำพล)และโก้ (ปวริศร์ วงศ์พานิช)
กำกับ: ก้องเกียรติ โขมศิริ, อิสรา นาดี, เสรี พงศ์นิธิ, พาสิทธิ์ บูรณะจันทร์, พุฒิพงศ์ สายศรีแก้ว, อรรถ ธรรมตระกูล และ ยศพงษ์ ผลทรัพย์
เขียนบท: ก้องเกียรติ โขมศิริ, พาสิทธิ์ บูรณะจันทร์ ,ยศพงษ์ ผลทรัพย์ และ อรรถ ธรรมตระกูล
ประเภท: Horror

รีวิวหนังลองของ เสียงสยองทุก 2 นาที
รีวิวหนังลองของ เสียงสยองทุก 2 นาที

เรื่องย่อ…
เรื่องราวของความสัมพันธ์ระหว่างเด็กวัยรุ่นทั้ง 6 คน ต๊ะ ปอ คิ้ม แต นุช และโก้ ซึ่งเป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมที่ต่างจังหวัด ปัจจุบันทุก คนแยกย้ายเข้ามาเรียนในกรุงเทพ… มหานครแห่งทางเลือกและอนาคตที่ดีกว่า พวกเขามีโอกาสกลับมาพบกันอีกครั้งในช่วงปิดเทอม ด้วยการกลับมาเยี่ยม ” ครูพนอ ” อดีตครูที่เคยสอนพวกเขาสมัยมัธยมและเป็นแม่เลี้ยงของต๊ะ และ เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ในช่วงเวลาค่ำคืนแห่งความน่ากลัวนั้น ความ ลับในอดีตบางอย่างของเพื่อนทั้ง 6 ที่ไม่เคยปริปากบอกกันก็ค่อยๆ เปิด เผยออกมาพร้อมกับการตายอย่างสุดสยอง เรื่องราวเกี่ยวพันกับครูพนอ ครู สาวเสน่ห์แรงแม่เลี้ยงของต๊ะ เสน่ห์ของเธอแรงจนชายที่อยู่รอบตัวเธอต่างพา กันหลงใหลและทำของใส่เธอเพื่อให้เธอหลงเสน่ห์ เมื่อการโดนของเกิดขึ้นซ้ำ แล้วซ้ำอีกจนทำให้เธอเสียสติ เธอเปลี่ยนไปเป็นคนละคน จะเพี้ยน บ้าเหมือน คนโรคจิต ครูพนอพยายามที่จะเอาของออกจากตัวเธอ โดยได้เดินทางไปหา หมอแขกเพื่อทำพิธีให้ด้วยการกินเนื้อสดๆ ของผู้ที่ทำของใส่เธอ แต่เกิดความ ผิดพลาดแทนที่ของจะออกจากตัวเธอ มันกลับส่งผลทำให้เธอมีพลังและ อำนาจมากขึ้น เธอถลำลึก และกลับกลายเป็นผู้หลงใหลในไสยศาสตร์มนตร์ดำ นั้นเสียเอง และในค่ำคืนนี้ครูพนอจะใช้มนตร์ดำกับลูกศิษย์ของเธอ และพา พวกเธอเข้าสู่โลกแห่งการชำระแค้นด้วยไสยศาสตร์

ต่อจากปฐมบท..คนเล่นของ
หลังจาก “คนเล่นของ” ออกมาเล่นสยองกับผู้ชมในปี 2004 ด้วยผลงานของ ผู้กำกับ ธนิตย์ จิตนุกูล กับเนื้อหาที่เน้นเฉพาะในแนวชิงรักหักสวาท เอาชาย หนุ่มร่ำรวยมาทำผัวโดยการ “เล่นของ” เพื่อครอบครองสมบัติทั้งหมด กลับมาในครั้งนี้ด้วยชื่อ Art of the Devil 2 หรือชื่อไทย “ลองของ” เน้นเนื้อหา ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน หนุ่ม สาว และสิ่งที่หนีไม่พ้นเมื่อพูดถึง “ของ” นั่นก็คือ “SEX”

นักแสดง…
ในภาคนี้ ใช้ นภคปภา หรือ มะหมี่มาขายเสียว…เฮ้ย! ไม่ใช่…มาขายความสามารถล้วนๆ มะหมี่เป็นนักแสดงสาวที่เก่ง มีเอกลักษณ์ ความเซ็กส์ซี่อยู่ในตัว เธอเกินล้นครับ ด้วยฝีมือการแสดงและองค์ประกอบต่างๆ แล้ว ในเรื่องนี้ เธอแสดงได้ดีมากจริงๆ เนียน สมบทบาท ราวกับว่าเธอเล่นของจริงๆ ยังไงยังงั้น…พูดถึงนักแสดงหน้าใหม่คนอื่นๆ กันบ้าง…ผมว่าทุกคนยังเล่นได้ไม่โดนเท่าที่ควร การแสดงยังแข็ง กระตุก ไม่เนียน โดยเฉพาะตัวเอกอย่าง คิ้ม ( หทัยวรรณ งามสุคนธภูษิต) แสดงแข็งเป็นผีจีนเลยครับ…เธอมีหน้าตาที่น่ารักครับ แต่ figure ของรูปร่าง ท่าทางยังคงต้องพัฒนาอีกเยอะ หวังว่าเรื่องหน้า เธอคงจะทำได้ดีกว่านี้เป็นแน่ นักแสดงหน้าใหม่ที่พอจะเห็นแววคือ โก้ ( ปวริศร์ วงศ์พานิช) รับบทเป็นเพื่อนปากหมา พูดจาไม่ระวังปาก ทำหน้าที่ได้ดีครับ แสดงบทได้เป็นธรรมชาติ และดูกวนตีนสมวัยดีจริงๆ

กำกับดี-ดีไซน์สวย-แต่บทด้อย…
เรื่องนี้ใช้ผู้กำกับเปลืองถึง 7 คนครับ…ทีมงาน 7 คนที่เขาเรียกตัวเองว่า “โรนินทีม” ทีมที่รวมผู้กำกับฝีมือดีจากผลงานในหลายๆ เรื่อง อย่างเช่น บางระจัน ขุนแผน คนเล่นของ มาระดมสมอง ฝีมือกันอย่างเข้มข้น การทำงานทุกขั้น ตอนเรียกได้ว่า เป็นผลงานมาจากน้ำมือของทั้งเจ็ดคนนี้เลย ก็ไม่แน่ใจเหมือน กันครับว่า การรวมตัว 7 คนนี้มีที่มาและคอนเซ็ปต์อย่างไร แต่สำหรับผมแล้ว คิดว่าเป็นการใช้ผู้กำกับที่เปลืองเกินเหตุครับ (ถ้าเป็นผู้กำกับหน้าใหม่รวมตัวกันทำหนังอย่าง แฟนฉัน ก็ว่าไปอย่าง) เพราะผู้กำกับแต่ละคน ก็เรียกว่ามีฝีมือ หรือมี “ของ” ดี อยู่ในตัวกันอยู่แล้ว หากเทียบที่ตัวโปรดักชั่น สเปเชียลแอฟเฟ็กต์ ผมถือว่า ผลงานเจ็ดคนกับสิ่งที่ออกมาบนแผ่นฟิล์มเสมอตัวครับ ไม่ดี ไม่ด้อย แต่หากเทียบกันที่บทหนัง ผมว่าการใช้ผู้กำกับฝีมือดี “สี่คน” คือ ก้องเกียรติ โขมศิริ, พาสิทธิ์ บูรณะจันทร์ ,ยศพงษ์ ผลทรัพย์ และ อรรถ ธรรมตระกูล มาเขียนบทแบบนี้ ดูจะด้อยถอยในคุณภาพไปหลายขุมครับ เพราะบทหนังขาดน้ำหนักในหลาย ๆ อย่าง ในบางเรื่องก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องเป็นอย่างนั้นด้วยซ้ำ…แต่บอกในแง่ดี สำหรับหนังไทยครับ เน้น..หนังไทยครับ..บทภาพยนตร์ในแบบที่”ลองของ”
กำลังทำก็เป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้น และนิมิตรหมายที่ดี ในวงการหนังสยองไทยเรา (นับตั้งแต่ที่ “ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ” เคยสร้างผลงานดีๆ เอาไว้แล้ว) การใช้บทหักมุมไปมา พลิกซะจนขนาดที่เรียกว่า ให้เราลุ้นกันจนถึงนาทีสุดท้ายของหนังกันเลย ทำออกมาดี ครับ ดีกว่าหนังไทยสยองหลายๆ เรื่อง ตรงนี้ผมขอชมจากใจจริง

โปรโมทสักล้าน…สยองสักร้อย
ต้องขอชมฝ่ายโปรโมชัน มาร์เก็ตติ้งของทางไฟว์สตาร์ กับคำโปรโมต คำ โปรย เท่ห์ๆ น่าติดตาม อาทิเช่น “ลองของ…เสียวสยองทุก 2 นาที” “ลอง ของ…ภาพยนตร์ไทยเรื่องแรก ที่จะทำให้คุณต้องกลัวจนตัวสั่น สยดสยอง เกิดกว่าจินตนาการ และมันจะทำให้คุณเข้าใจ ถึงความหมายของคำว่า…. ลองของ” โอ้วว….เขียนซะเวอร์ จนทำให้เราอยากดูจนตัวสั่นไปด้วยเลย..ซึ่ง ในความจริงแล้ว ลองของ เป็นหนังสยองที่ปูพื้นหนังด้วยแบ็กกราวนด์ใน แบบหนังวัยรุ่น ภาพใส ๆ จนทำให้ผมต้องรำพึงกับตัวเองว่า “นั่งรอมาครึ่ง ชั่วโมงแล้ว…ไม่เห็นมีไรสยองเลยวะ?!?” ใครดู ก็จะรู้ครับ ว่า ฉากสยองมัน น้อยมาก ผู้กำกับอาจไม่ต้องการอัดฉากสยอง เสียงสั่นประสาท ถี่ยิบเหมือน สมัยที่ Ju-On ทำในภาคแรกก็เป็นได้ แต่ทางมาร์เก็ตติ้งของโฟว์สตาร์คง ต้องหาจุดขายที่แรงๆ เพื่อดึงดูดให้คนอยากชมก็เป็นได้…เฮ้อ! กว่าจะสยองก็ ปาเข้าไปร่วมชั่วโมงแล้วว..

บทสรุป…
หนังสยองไทยอีกเรื่องที่น่าหามาดูครับ แม้บทจะไม่แข็ง แต่ก็ไม่อ่อนปวกเปียก การกำกับ สเปเชียลแอฟเฟ็กต์ใช้ได้ ฉากดีแต่ไม่เด่น ฉากสยองมีไม่มาก แต่ ฉากที่ปรากฏออกมาก็ถือว่าทำได้ดีในมาตรฐานของคนไทยครับ ผมว่านอกจาก เรื่อง “ชัตเตอร์” แล้ว “ลองของ” เป็นอีกเรื่องที่ผมแนะนำให้หามาดูกัน

โดย ศร-รณ (aka ถั่วเขียว ณ ทุ่งสังหาร)
Rating: 4.00 / 6.00

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 4.0/5 (7 votes cast)

หนังไทยเข้าใหม่ “บอก-เล่า-9-ศพ (9-9-81)”

หนังไทยเข้าใหม่ “บอก-เล่า-9-ศพ (9-9-81)”
หนังไทยเข้าใหม่ “บอก-เล่า-9-ศพ (9-9-81)”

ภาพยนตร์สยองขวัญที่กำลังจะเข้าฉายวันที่ 13 กันยายน นี้ครับ…

หนังไทยเข้าใหม่ “บอก-เล่า-9-ศพ (9-9-81)”
หนังไทยเข้าใหม่ “บอก-เล่า-9-ศพ (9-9-81)”

เรื่องสั้น 9 ตอนจากผู้กำกับ 12 คนที่มาพร้อมกับพล็อตเรื่องหนึ่งเดียว โดยหนังสั้น 9 ตอนนี้จะถูกเล่าด้วยมุมมองที่แตกต่างกันไปโดยมีตัวละครหลักเป็น “วิภาวี” หญิงสาวสวยที่กำลังจะแต่งงาน แต่ดันฆ่าตัวตายเมื่อได้รับข่าวว่า “ก้อง” แฟนหนุ่มของเธอได้เสียชีวิต เมื่อ “รัก”มากจนถึงกับฆ่าตัวตายตาม ก็ “แค้น” มาก เมื่อรู้ว่าความจริงแล้วแฟนหนุ่มของเธอวางแผนแกล้งตาย เรื่องราวความสยองเก้าเรื่องที่เล่าเกี่ยวกับบุคคลรอบข้างของ “วิภาวี” อาทิ “นง” เพื่อนสนิทที่ไว้ใจแต่กลับกลายเป็นคนที่หักหลังเธอ “กิม” คุณแม่ของวิภาวีที่รับไม่ได้กับการตายของลูกสาว “ป้าเดือน” แม่บ้านประจำตึกอยากรวยทางลัด ดอดขอหวยกับผีสาวเฮี้ยน “อุดม” พ่อที่ไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับลูกของตัวเองเลย เป็นต้น
พล็อตเรื่องน่าสนใจดีครับ ลองดูหนังตัวอย่างได้เลย ใครสนใจก็ไปอุดหนุนหนังไทยจากค่ายแพลนซีพานิช จำกัด ได้ครับ
หนังเข้าฉายวันที่ 13 กันยายนนี้ครับ

นักแสดง: ปทิตตา อัธยาตมวิทยา, เศรษฐศิษฎ์ ลิ้มกษิดิ์เดช, ฐิติ เวชบุล
ผู้กำกับ: รพีพิมล ไชยเสนะ, ดิษพงษ์ สัมป์ตตะวนิช, พิทักษ์ เรืองโรจน์สิน, พิรุณ อนุสุริยา, เสรีย์ หล้าชนบท , สุทัศน์ ภาวิไลรัตน์, อดิเรก โพธิ์ทอง, ศิริพล ปราสาททอง, ณัฎฐ์ธร กังวานไกล, ธัญญวรรณ เหมพนม , เกียรติศักดิ์ วิบูลย์ชาติ และ โอลิเวอร์ วูลฟ์สัน
Facebook บอก-เล่า-9-ศพ << อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่

 

หนังตัวอย่าง “บอก-เล่า-9-ศพ (9-9-81)”

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 3.5/5 (8 votes cast)