<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<!-- generator="FeedCreator 1.8.0-dev (info@mypapit.net)" -->
<rss version="2.0"  xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom">
    <channel>
        <title>filmsayong horror feed</title>
        <description><![CDATA[filmsayong horror news, review, movie, film, dvd, update]]></description>
        <link>http://filmsayong.com/</link>
        <lastBuildDate>Mon, 06 Sep 2010 23:08:37 GMT</lastBuildDate>
        <generator>FeedCreator 1.8.0-dev (info@mypapit.net)</generator>
        <image>
            <url>[Tab]</url>
            <title>หนังสยองขวัญ, หนังโรคจิต, หนังโหด, ...</title>
            <link>http://filmsayong.com/</link>
            <description><![CDATA[หนังสยองขวัญ, หนังโรคจิต, หนังโหด, Horror movies, Movie review, posters, remake, director,slasher, splatter, gallery, horror news,thai horror movie,zombie,vampire,werewolf]]></description>
        </image>
		<atom:link href="http://filmsayong.com/index.php?option=com_ninjarsssyndicator&amp;feed_id=1&amp;format=raw" rel="self" type="application/rss+xml" />        <item>
            <title>หนังสยองขวัญ</title>
            <link>http://filmsayong.com/news/85-horrormovie.html</link>
            <description><![CDATA[<p>ไม่ได้อัพเดทในส่วนของข่าวหนังสยองขวัญมาพอสมควรเลย ตอนนี้กำลังทยองอัพเดทพวกรีวิวหนังสยองขวัญเก่าๆ ที่เคยเขียนเอาไว้โดยผมเอง และเพื่อนๆ จะเร่งทยองลงให้นะครับ ส่วนของข่าวหนังสยองขวัญตอนนี้พักไว้ก่อน ใครอยากอัพเดทเรื่องราวเกี่ยวกับหนังสยองขวัญ หนังโหด หนังโรคจิต ติดตามได้ที่บอร์ดชุมชนฟิล์มสยองนะครับ มีเรื่องราวเกี่ยวกับหนังสยองขวัญอัพเดท และเนื้อหาสาระ (และไร้สาระ) ในแต่ละกระทู้อัดแน่นเพียบ</p>
<p> </p>
<p>มีน้องถามมาว่า ข้อความ บทความเก่าๆ ในบอร์ดเก่านั้นน่าเสียดายมาก น่าจะเอามา post ที่บอร์ดใหม่กันดีกว่า ผมเลยจัดให้ครับ ตอนนี้เนื้อหาในบอร์ดเก่าผมเอามาขึ้นเว็บไว้ให้แล้วที่ <a href="http://filmsayong.com/oldboard/" target="_blank">ฟิล์มสยอง หนังสยองบอร์ดเก่า</a> ยังไงเข้าไปแล้ว นำบทความเก่าๆ มาย้าย post กัน ณ บอร์ดใหม่กันครับ ช่วยผมย้ายบ้านหน่อยละกัน</p>
<p> </p>
<p>ไว้เจอกันใหม่ในโอกาสหน้า สำหรับใครสนใจพูดคุยกับพวกเราชาวฟิล์มสยอง ก็ไปแจมที่บอร์ดได้เลยครับ</p>
<p>หนังสยองขวัญดี ๆ รอท่านอยู่ เหอ เหอ</p>]]></description>
            <author> webmaster@filmsayong.com (ถั่วเขียว ณ ทุ่งสังหาร)</author>
            <pubDate>Thu, 20 May 2010 03:20:22 GMT</pubDate>
            <guid isPermaLink="false">http://filmsayong.com/news/85-horrormovie.html</guid>
        </item>
        <item>
            <title>The Doll Master (2004)</title>
            <link>http://filmsayong.com/movies-review/6-d/84-the-doll-master-2004.html</link>
            <description><![CDATA[<p><strong><img src="http://filmsayong.com/images/stories/review/doll_master_the2004.jpg" border="0" alt="doll master" title="doll master" width="160" height="204" style="float: left; margin: 5px;" />Inhyeongsa | คำสาป หุ่นมรณะ</strong><br /><strong>นำแสดง</strong>: Kim Yu-mi (Hae-mi), Lim Eun-kyeong (Mi-na), Shim Hyeong-tak (Tae-seong), Ok Ji-young (Yeong-ha), Lim Hyeong-jun (Jeong-ki)<br /><strong>กำกับและเขียนบท</strong>: Jeong Yong-ki<br /><strong>ประเภท</strong>:Horror / Drama<br /><br />เรื่องย่อ: หญิงชายแปลกหน้าห้าคนถูกเชิญมายังบ้านแสดงตุ๊กตาแห่งหนึ่ง ณ ใจกลางป่า โดยที่ทั้งหมดไม่เคยรู้จักกันมาก่อน มีทั้งนักแต่งนิยาย ช่างภาพ นักเรียน นักประติมากรรม และนายแบบ ทว่าบ้านที่ถูกตกแต่งด้วยตุ๊กตา แต่งตัวสวยงามนั้น มีอะไรไม่ชอบมาพากลด้วยบรรยากาศ เจ้าของบ้าน ไปจนถึง หญิงสาววัยกลางคนที่นั่งรถเข็นตลอดเวลา ผู้เป็นคนปั้นตุ๊กตาในบ้านทั้งหมด ภายใต้ความสวยงามของตุ๊กตานั้น มีความลับอะไรซ่อนอยู่กันแน่ ความผูกพัน ความทรงจำ หรือความแค้น...<br /><br />แค้นฝังหุ่นฉบับดราม่าเกาหลี... พล๊อตเรื่องจำพวกตุ๊กตา ของเล่น ที่เราเคยมีความผูกพัน เล่นกับมันในตอนวัยเด็ก และทิ้งมันไป เมื่อเรารู้สึกเบื่อ หรือว่าได้ของเล่นใหม่มาแล้ว และเจ้าของเล่นหรือตุ๊กตาที่ว่า เกิดความผูกพันที่อยากจะอยู่กับเจ้าของไปตลอดนั้น มีการนำมาพูดถึงในบทภาพยนตร์หลายต่อหลายเรื่องครับ ทั้งหนังจำพวก Drama, Fantasy , Family ไปจนถึงหนัง Horror อย่างล่าสุดเมื่อปี 2006 หนังสัญชาติเอเซีย อย่าง Re-Cycle ยังมีการพูดถึง สิ่งของ หรือ สิ่งที่ถูกทอดทิ้งไปแล้วด้วยเช่นกัน ย้อนกลับลงไปอีกยังมีหนังจำพวกแค้นฝังหุ่นอย่าง Child's Play หรือย้อนลงไปอีกก็มีหนังอย่าง Puppet Master ที่นำเอาของเล่น หุ่น หรือตุ๊กตาที่มีวิญญาณ (ทั้งรัก ทั้งแค้น) มาเล่าในบทภาพยนตร์<br /><br />The Doll Master หรือ คำสาป หุ่นมรณะ เป็นหนังที่เล่นทั้งความสยองในแบบ Horror มีผสม Mystery พวกเวทมนตร์ คาถา บวกกับโทนหนังดราม่าครับ จะว่าไปหนังเกาหลีชอบเอาโทนหนังแบบดราม่า มาผสมกับเรื่องราวเกี่ยวกับความเชื่อ จิต วิญญาณ อยู่หลาย ๆ เรื่อง The Doll Master ก็ทำแบบทำนองนั้นแหละครับ แต่ว่ามันค่อนข้างจะอ่อนแอในบทภาพยนตร์ที่นำมาผสมกันจนมั่วไม่ได้ที่ ไม่ได้รสชาดที่กลมกล่อม บางช่วงของหนังก็เปรี้ยวจี๊ด บางช่วงก็จืดซะ บางช่วงก็เค็มแหลม ไม่ได้ความพอดี หรือลงตัวเลย ทั้งๆ ที่ ถ้าหนังเรื่องนี้เน้นไปในทิศทางใด ทิศทางหนึ่งน่าจะดีไม่น้อยครับ เพราะอย่างที่เห็น ฉากตุ๊กตาติดฝาบ้าน เพดาน ห้องน้ำ ที่ทำออกมา ไอเดียดีนะครับ หลอนได้ที่เลย แต่กลับนำสิ่งดีๆ ตรงนี้มาใช้เพียงนิดเดียวเอง<br /><br />หนังสยองเกาหลีที่ดูได้เพลินๆ อีกเรื่องครับ ใครเบื่อๆ ไปสอยมาดูได้ตามอัธยาศัย...<br /><br />ปล...เรื่องนี้ ตุ๊กตาน่ารักครับ ทั้งตุ๊กตาจริงๆ และคนที่รับบทบาทเป็นตุ๊กตา ใครดูอาจจะรู้สึกรักข้างของเก่าๆ ของท่านได้ครับ (ถ้าอินกับภาพยนตร์) แต่ผมรักตุ๊กตาตัวนั้นจังครับ (...น่ารักมาก^^)<br /><br />Rating: 2.50 / 6.00</p>
<p>{phocagallery view=category|categoryid=86|<br />limitstart=2|limitcount=0|detail=3|displayname=1|<br />displaydetail=1|imageshadow=shadow1}<br /><br /></p>]]></description>
            <author> webmaster@filmsayong.com (ถั่วเขียว ณ ทุ่งสังหาร)</author>
            <pubDate>Wed, 19 May 2010 17:09:14 GMT</pubDate>
            <guid isPermaLink="false">http://filmsayong.com/movies-review/6-d/84-the-doll-master-2004.html</guid>
        </item>
        <item>
            <title>Dog Soldiers (2002)</title>
            <link>http://filmsayong.com/movies-review/6-d/83-dog-soldiers-2002.html</link>
            <description><![CDATA[<p><strong><img src="http://filmsayong.com/images/stories/review/dog_soldiers.jpg" border="0" alt="dog soldiers" title="dog soldiers" width="160" height="198" style="float: left; margin: 5px;" />Night of the Werewolves | กัดไม่เหลือซาก...ด็อกโซลเยอร์</strong><br /><strong>นำแสดง</strong>: Sean Pertwee (Sgt. Harry G. Wells), Kevin McKidd (Pvt. Cooper), Emma Cleasby (Megan), Liam Cunningham (Capt. Ryan), Thomas Lockyer (Cpl. Bruce Campbell), Darren Morfitt ('Spoon' Witherspoon), Chris Robson (Pvt. Joe Kirkley), Leslie Simpson (Pvt. Terry Milburn), Tina Landini (Camper), Craig Conway (Camper), Vilrikke's Acer (Sam the Dog)<br /><strong>กำกับและเขียนบท</strong>: Neil Marshall<br /><strong>ประเภท</strong>: Action / Horror<br /><br />หนังโคตรมัน ขำฮา สยอง แหวะของผู้กำกับ Neil Marshall ที่สร้างชื่อกระฉ่อนวงการหนัง Horror ก่อนที่จะตอกย้ำความสำเร็จด้วยหนัง The Descent ในปี 2005<br /><br />เรื่องของทหารที่มีบุคลิกแตกต่างกัน 6 คน ถูกส่งตัวมาฝึกภาคสนาม ณ ป่าลึกแห่งหนึ่ง ที่ซึ่งเต็มไปด้วยมนุษย์หมาป่าที่ไม่ได้อยู่กันตัว สองตัว แต่มันอยู่กันเป็นครอบครัว! เหล่าทหาร หาญ เหล่านี้จะทำอย่างไร เพื่อให้รอดไปจากเหตุการณ์นี้...<br /><br />Dog Soldiers ได้รับรางวัลชนะเลิศการันตีความมันจาก<br />- Academy of Science Fiction, Fantasy &amp; Horror Films, USA ในสาขา Best Dvd Release (ปี 2003)<br />- Brussels International Festival of Fantasy Film กับรางวัล Golden Raven : Neil Marshall และ Pegasus Audience Award : Neil Marshall ปี 2002<br />- Cinenygma - Luxembourg International film festival กับรางวัล Grand Prize of European Fantasy Film in Silver : Neil Marshall ปี 2002<br />และได้เข้าชิงรางวัลในสาขาต่างๆ อีกเพียบครับ เรียกว่า มีรางวัลมาการันตีความมันเพียบ...<br /><br />"Dog Soldiers" หรือชื่อไทย "กัดไม่เหลือซาก...ด็อกโซลเยอร์" เป็นหนังในอารมณ์แบบพวกPredator ผสมพันธุ์กับ An American Werewolf in London หรือหนังจำพวกตระกูล Werewolf พวกไลแคนธรรมดาๆ ที่ไม่ธรรมดา...แต่มันกลับเป็นหนัง Werewolf ที่เต็มไปด้วยฉาก Action สุดมัน ฉากไส้ทะลัก ไส้ไหล เลือดสาด คอหลุด หัวกระจาย การถ่ายทำสลับภาพสี และขาว ดำ ให้อารมณ์การไล่ล่าของมนุษย์หมาป่าได้ดีเชียว สเปเชียลแอ็ฟเฟ็กต์ การแต่งหน้า ทำได้เยี่ยมเหลือคณา ไปจนถึงบทภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขันสุดฮา กับการเล่นมุข "กูอยากดูฟุตบอล" (ใครได้ดูแล้ว คงจะนึกภาพ แล้วฮาตามได้อย่างไม่ขัดเขิน) ไปตลอดทั้งเรื่อง...ดูเรื่องนี้จบแล้วพูดได้สั้นๆ ว่า "หนังแม่งมันดีวะ" ฮ่า ฮ่า แนะนำ ๆ<br /><br />Rating: 5.00 / 6.00</p>
<p>{phocagallery view=category|categoryid=85<img src="http://filmsayong.com/images/stories/review/dog_soldiers.jpg" border="0" alt="dog soldiers" title="dog soldiers" align="left" />|<br />limitstart=2|limitcount=0|detail=3|displayname=1|<br />displaydetail=1|imageshadow=shadow1}<br /><br /></p>]]></description>
            <author> webmaster@filmsayong.com (ถั่วเขียว ณ ทุ่งสังหาร)</author>
            <pubDate>Wed, 19 May 2010 17:05:46 GMT</pubDate>
            <guid isPermaLink="false">http://filmsayong.com/movies-review/6-d/83-dog-soldiers-2002.html</guid>
        </item>
        <item>
            <title>Dorian Gray (2009)</title>
            <link>http://filmsayong.com/movies-review/6-d/82-dorian-gray-2009.html</link>
            <description><![CDATA[<p><img src="http://filmsayong.com/images/stories/review/dorian.jpg" border="0" alt="dorian" title="dorian" width="160" height="227" style="float: left; margin: 5px;" />Dorian Gray ดัดแปลงจากนิยายที่ชื่อว่า The Picture of Dorian Gray หนังสือเล่มนี้เราไม่เคยอ่าน เพิ่งเคยได้ยินชื่อก็จากหนังเรื่องนี้ ก็เลยดูหนังแบบไม่รู้อะไรเลย นอกจากพระเอกของเรื่องที่เราแอบเล็งไว้ตั้งแต่แสดงเป็น Prince Caspian ในนาร์เนีย แล้วคุณน้องก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ถ้าไม่นับรวมหน้าตาที่ดูดีมากๆ (แน่ละ..เล่นเรื่องนี้มันต้องหล่อขั้นเทพเท่านั้น) แล้ว การแสดงของคุณน้องยังถือว่าทำได้เป็นอย่างดี คุณน้องต้องแสดงตั้งแต่บทเด็กหนุ่มที่อ่อนเดียงสาต่อโลก ถูกชักจูงให้ใจแตก ลุ่มหลงในความงาม เรื่อยมาจนเป็นฆาตกรหน้าตาย ... <br /><br />วันแรกที่ Dorian มาถึงลอนดอน เขาเป็นชายหนุ่มที่มีชีวิตชีวา สดใสและยังไร้เดียงสา หลังจากได้มรดกจากปู่แล้ว ด้วยรูปสมบัติบวกกับทรัพย์สมบัติของ Dorian เขาจึงหลุดเข้าสู่สังคมไฮโซของชาวลอนดอน Basil จิตรกรวาดภาพผู้หลงใหลในตัว Dorian ได้เสนอตัวเพื่อวาดภาพเหมือนให้เขา และ Dorian ยังได้รู้จักกับ Lord Henry เพื่อนของ Basil.  Lord Henry สุภาพบุรุษที่ใช้ชีวิตอย่างใจปรารถนา นิยมชมชอบความสำราญและความงาม Lord Henry ปลูกฝังค่านิยมแบบของเขาให้กับ Dorian จนอาจจะพูดได้ว่าเสี้ยมซะจน Dorian เสียผู้เสียคนก็คงไม่ผิด และเมื่อทันทีที่ Dorian ได้เห็นภาพเหมือนของเขา เขาบังเกิดความหลงใหลในภาพวาดของตนเอง และปรารถนาจะให้ตัวเขายังคงงดงามราวกับภาพวาดนั้นตลอดไป<br /><br />แม้จะคิดเล่นๆ แต่ดันเป็นจริงซะอย่างนั้น วันเวลาผ่านไป Dorian ยังคงเฉิดฉายเหมือนกับภาพวาดที่มีชีวิต และเขาก็ยังค้นพบสิ่งน่าอัศจรรย์ใจอีกอย่างว่า ร่างกายของเขาอยู่เหนืออำนาจของกาลเวลา เหมือนกับว่าอายุของเขาหยุดนิ่งอยู่ที่วัยหนุ่มนี้ มีเพียงตัวเขาในภาพวาดเท่านั้นที่เน่าเปื่อยผุพังไป และนี่คือความลับอันยิ่งใหญ่ที่จะต้องไม่ใครได้ล่วงรู้เด็ดขาด..<br /><br />เล่าแค่นี้พอ (เกือบทั้งเรื่องแล้ว) หนังยาวเกือบจะ 2 ชั่วโมง แต่ดูได้เพลินๆ ไม่เบื่อ เสื้อผ้าหน้าผม โปรดักชั่นอลังการ แนะนำว่าน่าดูค่ะ อีกอย่างคือ เพิ่งได้ดู The Countess หนังบูชาความงามอีกเรื่องไปเมื่อเร็วๆ นี้ แล้วก็สังเกตเห็นว่าตัวละครของทั้งสองเรื่องมีอะไรคล้ายๆ กันอยู่ ทั้งคู่อยากหนุ่มอยากสาวตลอดไป (แต่ผู้หญิงดูเหมือนจะคิดได้เมื่อสาย) มีพฤติกรรมรักร่วมเพศ ชอบความรุนแรง เป็นพวก SM และพ่ายแพ้ต่อความอยากของตัวเอง<br /><br />เอาเป็นว่าเราดูเรื่องนี้แล้วค่อยข้างพอใจ แต่ไม่รู้หนุ่มๆ จะเบื่อไหม เห็นแต่หน้าคุณน้องของเราเกือบทั้งเรื่อง (ขายหน้าตากันสุดๆ) ส่วนฉากเลือดสาดมีอยู่แค่จิ๊ดนึงเอง...<br /><br />5.00/6.00</p>
<p>{phocagallery view=category|categoryid=89|<br />limitstart=2|limitcount=0|detail=3|displayname=1|<br />displaydetail=1|imageshadow=shadow1}<br /><br /></p>]]></description>
            <author> webmaster@filmsayong.com (Circe)</author>
            <pubDate>Wed, 19 May 2010 17:03:10 GMT</pubDate>
            <guid isPermaLink="false">http://filmsayong.com/movies-review/6-d/82-dorian-gray-2009.html</guid>
        </item>
        <item>
            <title>Donkey Punch (2008)</title>
            <link>http://filmsayong.com/movies-review/6-d/81-donkey-punch-2008.html</link>
            <description><![CDATA[<p><strong><img src="http://filmsayong.com/images/stories/review/donkey-punch-final-poster-full.jpg" border="0" alt="donkey" title="donkey" width="160" height="237" style="float: left; margin: 5px;" />written and directed by Oliver Blackburn and David Bloom</strong><br /><br />ต้องยอมรับว่า ผมเพ่งได้หยิบภาพยนต์เรื่อง Donkey Punch ขึ้นมาชมเมื่อไม่นานนี้ ทั้ง ๆ ที่ได้มาเป็นปีกว่าแล้ว ทั้งนี้ก็คงเป็นเพราะ (1) ความเข้าใจผิดของผมที่คิดว่าภาพยนต์เรื่องนี้เป็นแนว ๆ เชือดวัยรุ่นกลางทะเล ธรรมดา ไม่มีอะไรน่าสนใจ (2) Rating อันน้อยนิดของภาพยนต์เรื่องนี้ใน IMDB (5.4/10) และ (3) ความที่เป็นผลงาน Debut ของผู้กำกับ No name อย่าง Oliver Blackburn และ David Bloom ... แต่หลังจากที่ตัดสินใจหยิบภาพยนต์เรื่องนี้ขึ้นมาชมจนจบ ผมแทบอยากจะไปกราบขอโทษทั้งผู้กำกับและนักแสดง ที่ด่วนตัดสินภาพยนต์เรื่องนี้ไปเช่นนั้น<br /><br />Donkey Punch อาจไม่ใช่ภาพยนต์ที่โหดจนเลือดสาด, ไม่ใช่ภาพยนต์แนวจิตวิทยากดดันจิตใจ แต่กลับเป็นภาพยนต์แนว Thriller เรท R ทีตีแผ่ถึง Sex และความรุนแรงได้อย่างสมจริงสมจังถูกใจผมมาก ... จุดเด่นของ Donkey Punch คงเป็นฉาก Sex หมู่ (Orgy) ที่ลือ ๆ กันว่าได้แีรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์จริงของการฆาตกรรม Meredith Kercher (  เธอถูกฆาตกรรมในวันเดียวกับวันเกิดผม ปี 2007 ... สยองซะ ) <br /><br />ก่อนที่จะกล่าวถึงเนื้อเรื่อง และบทวิจารณ์ คงต้องมาพูดถึงความหมายของคำว่า Donkey Punch เสียก่อน ... Donkey Punch เป็นศัพท์แสลงของพฤติกรรมการมี Sex แบบแปลก ๆ ของเพศชาย คือการต่อยเข้าที่ต้นขอของผู้หญิงในขณะที่มี sex ในท่า Doggy Style ซึ่งไม่ว่าจะด้วยจุดประสงค์อะไรก็ตาม การกระทำเช่นนี้มีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้เพศหญิงถึงแก่ชีวิต ( ข้อมูลเพิ่มเติมอ่านจาก WIKI )<br /><br />เนื้อเรื่องของ Donkey Punch เล่าถึงเพื่อนหญิงสามคนได้แก่ Lisa, Kim และ Tammi ที่ท่องเที่ยววันหยุดใน Mallorca ประเทศ Spain และได้พบกับชายหนุ่มสี่คน Bluey, Josh, Sean และ Marcus จนเกิดการเลยเถิดไปจัดปาร์ตี้ขึ้นบนเรือยอตช์ลำใหญ่กลางทะเล ... และแล้วสองหญิง สามหนุ่ม ( ยกเว้น Lisa และ Sean หนุ่มเจ้าของเรือ ที่ดูเหมือนจะแอบปิ๊งกันตั้งแต่แรกพบ ) ได้รวมกลุ่มกันเล่นยา มั่ว Sex (Orgy) โดยมี Bluey เป็นผู้บันทึก VDO ขณะที่พวกเขามี Sex หมู่ .... เรื่องราวช่วงต้นดูแล้วเหมือนรับชมหนัง R ธรรมดาทั่ว ๆ ไป จนกระทั่ง Bluey ยุ Josh น้องชายของ Sean ให้ Donkey Punch Tammi ซึ่งนั่นเองที่ทำให้เรื่องราวทั้งหมดเริ่มขึ้น ... Tammi เสียชีวิต ภายใต้ความสับสนของทุก ๆ คน ... Sean ซึ่งดูเหมือนเป็นคนดีมาตลอดตัดสินใจที่จะทิ้งศพของ Tammi ลงทะเลเพื่อปกป้อง Josh น้องชายที่ไม่ค่อยจะได้เรื่องของเขา ในขณะที่ Bluey พยายามซ่อมเทป VDO เก็บไว้ เพื่อไว้ยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเอง ... ในขณะที่หญิงสาวทั้งสองคนที่เหลือ Lisa, Kim ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของหนุ่ม ๆ จึงถูกบังคับ และจับตามองโดยหนุ่มทั้งสี่คน และเรื่องราวเลยเถิดไปยิ่งขึ้นเมื่อ Lisa แทงมีดลงบนอกของ Bluey ที่พูดจาดูถูก Kim อย่างไม่ได้ตั้งใจ ... ทำให้ Josh เล็งเห็นลู่ทางในการทรมาน Bluey เพื่อจะได้มาซึ่งเทป VDO ที่บันทึกภาพยของเขาขณะฆ่า Tammi<br /><br />เนื้อเรื่องของ Donkey Punch เดินไปด้วยความกดดันแบบเบา ๆ ... โดยบางครั้งผู้ชมอาจสับสนกับการกระทำของตัวละครบางตัว ที่เมื่อถึงช่วงที่น่าจะเล่นให้แรง ๆ ไปเลย แต่กลับไม่ จุดนี้เองที่ผมมองว่าเป็นความสมจริงสมจังของเนื้อเรื่อง กล่าวคือ ลองนึกถึงความจริงว่าถ้าคุณไปฆ่าคนตายกลางทะเลโดยไม่ได้ตั้งใจ อารมณ์ของคุณไม่ใช่ว่าจะเดือดดาลไปเลย แต่จะอยู่ในภาวะของความสับสนเช่นเดียวกับตัวละครทุกตัวในเรื่อง <br /><br />ภาพยนต์เรื่องนี้เหมาะกับสำหรับคนที่อยากภาพยนต์แนวระทึกใจแบบเบา ๆ ไม่รุนแรงนักครับ ... ผมว่าถ้าใครชอบ Hard Candy เหมือนผม ก็คงต้องชอบเรื่องนี้เป็นแน่<br /><br />ปล. ผมว่า Sian Breckinที่รับบท Lisa น่ารักดีนะ ... ใครคิดเหมือนผมมั่ง อิ ๆ<br /><br />{phocagallery view=category|categoryid=88|<br />limitstart=2|limitcount=0|detail=3|displayname=1|<br />displaydetail=1|imageshadow=shadow1}<br /><br /><br /><br /></p>]]></description>
            <author> webmaster@filmsayong.com (Nana_idol)</author>
            <pubDate>Wed, 19 May 2010 16:59:49 GMT</pubDate>
            <guid isPermaLink="false">http://filmsayong.com/movies-review/6-d/81-donkey-punch-2008.html</guid>
        </item>
        <item>
            <title>Dead &amp;amp; Breakfast (2004)</title>
            <link>http://filmsayong.com/movies-review/6-d/80-dead-a-breakfast-2004.html</link>
            <description><![CDATA[<p><strong><img src="http://filmsayong.com/images/stories/review/dnb.jpg" border="0" alt="dead &amp; breakfast" title="dead &amp; breakfast" width="160" height="210" style="float: left; margin: 5px;" />นำแสดง</strong>: Ever Carradine (Sara), Portia de Rossi (Kelly), David Carradine (Mr. Wise), Bianca Lawson (Kate), Jeffrey Dean Morgan (The Sheriff), Erik Palladino (David), Oz Perkins (Johnny), Gina Philips (Melody), Jeremy Sisto (Christian), Diedrich Bader (Chef Henri), Miranda Bailey (Lisa Belmont), Vincent Ventresca (Doc Riley), Mark Kelly (Enus), Brent David Fraser (The Drifter)<br /><strong>กำกับ</strong>: Matthew Leutwyler<br /><strong>เขียนบท</strong>: Matthew Leutwyler, Jun Tan<br /><strong>ประเภท</strong>: Horror/Thriller/Comedy<br /><br />คุณยังจำความรู้สึกหลังจากที่ได้ดูหนังคัลท์คลาสสิคอย่าง Evil Dead 2 หรือ Dead Alive ได้ไหม ทั้งความดิบเถื่อนแบบหนังสยองขวัญทุนต่ำ, เสียงหัวเราะท่ามกลางเลือดพุ่งกระฉูดท่วมจอ, ความบ้าบิ่นของตัวละคร etc. ซึ่งสิ่งเหล่านี้คุณจะได้พบใน Dead &amp; Breakfast หนังทุนต่ำตลกร้ายเลือดสาดที่จะทำให้คุณดีใจจนน้ำตาไหล (ไม่คิดว่าจะได้ดูหนังแบบนี้ในปี 2004) แต่สำหรับคอหนังซอมบี้ คงต้องอ่านรีวิวของผมก่อน แล้วตัดสินใจกันเอาเอง เพราะหนังเรื่องนี้อาจจะไม่ใช่หนังซอมบี้ในแบบที่คุณต้องการก็เป็นได้<br /><br />หนังว่าด้วยเรื่องราวของกลุ่มวัยรุ่นหกคน ซึ่งมีเหตุบังเอิญจนทำให้พวกเขาต้องมาพัก ณ บ้านลึกลับหลังหนึ่ง แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อพวกเขาต้องเผชิญกับเหตุการณ์ฆาตกรรมสุดสยอง และความบ้าคลั่งของผู้คนในเมืองที่อาละวาดฆ่าคนเป็นว่าเล่น พวกเขาจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อหาทางต่อกรกับครึ่งคนครึ่งผีเหล่านั้น<br /><br />หนังไตเติ้ลขึ้นมาแบบ story board ภาพแต่ละภาพให้อารมณ์ซาดิสต์เลือดท่วมทั้งนั้น โดยครึ่งแรกจะเป็นการปูพื้นให้เห็นถึงบุคลิกของตัวละคร แล้วแทรกด้วยความบ๊องเปิ่นและมุขตลกเป็นระยะ ๆ (ขำบ้าง, ฝืดบ้างคละกันไป) ใช้การดำเนินเรื่องอย่างช้า ๆ ค่อยเป็นค่อยไป แต่ดูไหลลื่นไม่น่าเบื่อ ซึ่งถ้าคุณไม่ใจร้อนจนเกินไปหนังเรื่องนี้ก็จะดูสนุกขึ้นอีกเยอะ ความโกลาหลเริ่มขึ้นเมื่อสมาชิกในกลุ่มเพื่อนคนหนึ่งถูกวิญญาณร้ายเข้าสิง กลายเป็นครึ่งคนครึ่งผีแบบไม่ค่อยลงทุน (เหมือนซอมบี้ยุคเก่าที่เมคอัพแค่ผิวซีดกับขอบตาคล้ำ) แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา เพราะโทนรวมของหนังตั้งใจจะให้ดูเหมือนหนังยุคเก่ามากกว่า และเจ้าตัวร้ายนี่ก็ไม่ธรรมดา มันสามารถสร้างบริวารได้จากการเก็บเศษผมหรือเศษเลือดมาใส่ในกล่องต้องห้าม เพื่อทำให้เหยื่อมีอาการเหมือนถูกผีเข้าแล้วก็กลายเป็นกึ่งคนกึ่งซอมบี้แบบข ำ ๆ ครึ่งหลังแทบไม่ต้องพูดถึง ฉากโหดเลือดพุ่งทะลักหัวหลุดกระเด็นอย่างสนุกสนานมีให้ดูกันอย่างเต็มอิ่ม ฉากหนีเข้าบ้านเหมือนที่เห็นในหนังซอมบี้ส่วนใหญ่ก็ทำได้สนุกมาก และที่ขาดไม่ได้คือมุขตลกน่ารัก ๆ ที่ใส่มาได้ถูกจังหวะดีเหลือเกิน<br /><br />โดยรวมหนังเรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผมดูแล้วรู้สึกประทับใจมาก ๆ ดูสนุก, มีสีสัน, และไม่น่าเบื่อ นักแสดงที่ดูเชย ๆ ต๊อง ๆ และการแสดงที่แข็ง ๆ อาจจะทำให้คุณมองว่าหนังห่วยสิ้นดี แต่ถ้าคุณดูจนจบ คุณก็จะรู้ว่าผู้กำกับจงใจให้โทนของหนังออกมาสถุล ๆ แบบนี้จริง ๆ ถ้าคุณชอบหนังซอมบี้ทันสมัยสุดเจ๋งแบบ Shaun of the Dead คุณก็อาจจะผิดหวังได้ แต่ถ้าคุณชอบซอมบี้ในอารมณ์แบบ Dead Alive หรือชอบความเป็นเอกลักษ์ในแบบที่หนังคัลท์คลาสสิคมีแต่หาดูไม่ได้จากหนังในย ุคปัจจุบันละก็ โดนใจคุณอย่างที่สุดครับ<br /><br />*** มีการกล่าวถึงวิธีทำกุมารทองของไทยในหนังด้วยนะ ภูมิปัญญาไทย Horror OTOP ***<br /><br />Rating: 5.55 / 6.00<br />{phocagallery view=category|categoryid=87|<br />limitstart=2|limitcount=0|detail=3|displayname=1|<br />displaydetail=1|imageshadow=shadow1}<br /><br /><br /></p>]]></description>
            <author> webmaster@filmsayong.com (Golfinse)</author>
            <pubDate>Wed, 19 May 2010 16:54:43 GMT</pubDate>
            <guid isPermaLink="false">http://filmsayong.com/movies-review/6-d/80-dead-a-breakfast-2004.html</guid>
        </item>
        <item>
            <title>The Devil's Backbone (2001)</title>
            <link>http://filmsayong.com/movies-review/6-d/79-the-devils-backbone-2001.html</link>
            <description><![CDATA[<p><img src="http://filmsayong.com/images/stories/review/devil_s_backbone_the2001.jpg" border="0" alt="Devil Backbone" title="Devil Backbone" width="160" height="236" style="float: left; margin: 5px;" />El Espinazo del diablo<br /><strong>นำแสดง</strong>: Eduardo Noriega (Jacinto), Marisa Paredes (Carmen), Federico Luppi (Casares), Fernando Tielve (Carlos), Inigo Garces (Jaime), Irene Visedo (Conchita), Jose Manuel Lorenzo (Marcelo), Francisco Maestre (El Puerco as Paco Maestre), Junio Valverde (Santi), Berta Ojea (Alma), Adrian Lamana (Galvez), Daniel Esparza (Marcos), Miguel Ortiz, Juan Carlos Vellido, Javier Gonzalez (Owl as Javier Gonzalez Madrigal)<br /><strong>กำกับ</strong>: Guillermo del Toro<br /><strong>เขียนบท</strong>: Guillermo del Toro, Antonio Trashorras<br /><strong>ประเภท</strong>: Mystery / Horror / Thriller / Fantasy<br /><br /><br />- - What is a ghost?<br />A tragedy condemned to repeat itself time and again?<br />An instant of pain perhaps.<br />Somthing dead which still seems to be alive.<br />An emotion suspended in time.<br />Like a blurred photograph.<br />Like an insect taped in amber - -<br /><br />เปิดเรื่องได้น่าสนใจทีเดียวสำหรับผลงานของ Guillermo del Toro ผู้กำกับชาวแม็กซิกัน ที่กำกับหนัง Horror สร้างชื่ออย่าง Cronos (1993), Mimic (1997) จนถึงเรื่อง The Devil's Backbone, Blade II (2002), Hellboy (2004) และ The Labyrinth of the Faun (2006) เพื่อนๆ คงจะผ่านตา และคุ้นเคยกับหนังเรื่อง Blade II และ Hellboy กันไปบ้างนะครับ นั่งแหละ ฝีมือของ Guillermo del Toro เขาแหละ<br /><br />The Devil's Backbone เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงยุค 1939 ในยุคที่เรียกกว่าเกิดสงครามกลางเมืองในสเปน สามปีให้หลัง บ้านเมืองเริ่มสงบลง เนื้อเรื่องกล่าวถึงสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า หนึ่งในสถานที่ที่เคยถูกโจมตีด้วยระเบิดขนาดใหญ่มาแล้ว แต่มันด้าน ไม่ระเบิด และที่สำคัญ ไอ้ระเบิดดังกล่าวมันยังปักเป็นอนุสรณ์สถานอยู่ที่สถานที่รับเลี้ยงเด็ก กำพร้าแห่งนี้อยู่เลย<br /><br />Carlos เด็กชายวันกำลังมีพัฒนาการ จำต้องมาอยู่ในสถานที่รับเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้ด้วย เขาเริ่มรู้สึกแปลกๆ กับสถานที่แห่งนี้ จนวันหนึ่งสิ่งที่เรียกว่า "One who sighs" ก็ปรากฏตัวให้เขาเห็น...นั่นคือ ผีเด็กอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ที่ชื่อ Santi เด็กผู้ถูกฆ่าจากบุคคลภายในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้ ผู้ต้องการชำระแค้นที่เกิดขึ้นในคืนแห่งสงคราม!<br /><br />หนังลึกลับด้วยกลิ่นอายความเป็นหนัง 'ผี' เต็ม ๆ ไม่ใช่หนังปีศาจ หนังสัตว์ประหลาด หรือหนังซอมบี้ นี่เป็นหนังผี ที่วิญญาณวนเวียนเต็มไปด้วยความแค้นที่ยังไม่ได้ล้าง! การถ่ายทำมุมกล้อง การตัดต่อ ทำได้ชวนระทึกตลอดเวลา เป็นหนังย้อนยุคอีกเรื่องที่ทำออกมาได้ไม่น่าเบื่อเลย หนังเรื่องนี้อยู่นำไปเปรียบเทียบกับ The Others หนังในปีเดียวกันที่ทำออกมาได้บรรยากาศของ 'ผี' จริงๆ เหมือนกัน ใครชอบแบบไหน ก็แล้วแต่ละคนจะพิจารณาดูกันเอาครับ<br /><br />Rating : 5.00 / 6.00</p>
<p>{phocagallery view=category|categoryid=83|<br />limitstart=2|limitcount=0|detail=3|displayname=1|<br />displaydetail=1|imageshadow=shadow1}</p>]]></description>
            <author> webmaster@filmsayong.com (ถั่วเขียว ณ ทุ่งสังหาร)</author>
            <pubDate>Tue, 18 May 2010 14:49:59 GMT</pubDate>
            <guid isPermaLink="false">http://filmsayong.com/movies-review/6-d/79-the-devils-backbone-2001.html</guid>
        </item>
        <item>
            <title>The Devil's Reject (2005)</title>
            <link>http://filmsayong.com/movies-review/6-d/78-the-devils-reject-2005.html</link>
            <description><![CDATA[<p><strong><img src="http://filmsayong.com/images/stories/review/devil.jpg" border="0" alt="devil reject" title="devil reject" width="160" height="246" style="float: left; margin: 5px;" />นำแสดง</strong>: Sid Haig (Captain Spaulding/James Cutter), Bill Moseley (Otis B. Driftwood), Sheri Moon (Baby Firefly/Vera-Ellen as Sheri Moon Zombie), William Forsythe (Sheriff John Quincy Wydell), Ken Foree (Charlie Altamont)<br /><strong>กำกับและเขียนบท</strong>: Rob Zombie<br /><strong>ประเภท</strong>: Horror/Thriller/Crime<br /><br />ผลงานลำดับที่สองของอดีตนักร้องนำวง Disco metal เกรดบี นาม White Zombie "Devil's Reject" เป็นหนังภาคต่อมาจากภาคแรกเรื่อง House Of 1,000 Corpses ที่มีเนื้อหามีพัฒนาการและชั้นเชิงมากขึ้น โดยที่ตัวหนังไม่ได้เน้นไปที่ตัวเหยื่อเท่าใด แต่ผู้ล่าจากภาคที่แล้ว ทั้งครอบครัวกลับตกเป็นเหยื่อของน้องชายนายอำเภอภาคแรกที่ถูกครอบครัววิปลาส นี้ฆ่า การกลับมาล้างแค้นจึงเกิดขึ้น ทั้งครอบครัวถูกจับมาทรมานให้รับรู้ถึงรสสัมผัสความเจ็บปวด บอกได้เลยว่า มันสะใจดีไม่น้อย ในตอนท้ายของเรื่องจะเป็นอย่างไร ขออุบไว้ก่อนดีกว่า ยังไงไปหาดูกันเอาเอง<br /><br />ต้องบอกเลยว่าการลำดับภาพ และเหตุการณ์ในภาคนี้ไม่ได้มีอะไรหวือหวา ทุกอย่างเป็นไปตามซีเควนส์ของหนังที่เราสามารถคาดเดาได้ตั้งแต่ต้นจนจบ จุดแข็งของหนังน่าจะเป็นในเรื่องของบทและสเปเชี่ยลแอ็ฟเฟ็ค ส่วนเพลงประกอบเป็นเพลงยุค 70s ในซาวนด์แบบ Venture ซะส่วนใหญ่ แต่ขอบอกว่าเพลงเอกของภาคนี้เป็นเพลงของ Free Bird ที่นำมาประกอบแล้วได้อารมณ์มั่ก มากกก...<br /><br />Rating: 4.60 / 6.00</p>
<p>{phocagallery view=category|categoryid=82|<br />limitstart=2|limitcount=0|detail=3|displayname=1|<br />displaydetail=1|imageshadow=shadow1}</p>]]></description>
            <author> webmaster@filmsayong.com (หมาดำ)</author>
            <pubDate>Tue, 18 May 2010 14:47:10 GMT</pubDate>
            <guid isPermaLink="false">http://filmsayong.com/movies-review/6-d/78-the-devils-reject-2005.html</guid>
        </item>
        <item>
            <title>The Descent (2005)</title>
            <link>http://filmsayong.com/movies-review/6-d/77-the-descent-2005.html</link>
            <description><![CDATA[<p><strong><img src="http://filmsayong.com/images/stories/review/descent.jpg" border="0" alt="descent" title="descent" width="160" height="225" style="float: left; margin: 5px;" />นำแสดง</strong>: Shauna Macdonald(Sarah), Natalie Jackson Mendoza(Juno), Alex Reid(Beth), Saskia Mulder(Rebecca), MyAnna Buring (Sam), Nora-Jane Noone (Holly), Oliver Milburn (Paul), Molly Kayll (Jessica)<br /><strong>กำกับและเขียนบท</strong>: Neil Marshall<br /><strong>ประเภท</strong>: Adventure / Horror / Thriller<br /><br />Neil Marshall ผู้กำกับที่สร้างชื่อมาจากหนังเรื่อง Dog Soldiers ถูกยกให้เป็นหนึ่งในผู้กำกับหนังคัลต์ของอังกฤษ กลับมาสร้างหนังสยองผสมผจญภัยในชื่อ The Descent ตอกย้ำความสำเร็จและชื่อเสียงในฐานะผู้กำกับหนังคัลต์...และหนังเรื่องนี้นี ่แหละ ที่ทำให้แฟนหนังยอมรับความสามารถของเขาอย่างไม่มีข้อกังขา<br /><br />หนังเริ่มต้นขึ้นด้วยเหตุการณ์อุบัติเหตุทางรถยนต์ การสูญเสียสามี และลูกสาวของหญิงสาวคนหนึ่ง...หนึ่งปีต่อมา เพื่อนของหญิงสาวผู้สูญเสียได้นัดแนะให้เพื่อนๆ ที่ไม่ได้พบกันนาน กลับมาเจอกันอีกครั้ง เรื่องราวของหญิงสาวทั้ง 6 คนจึงเริ่มต้นขึ้น หนังเดินเรื่องกว่าครึ่งชั่วโมงด้วยการปูพื้นฐานบุคลิกลักษณะนิสัยที่แตกต่า งกันของหญิงทั้งหก ด้วยฉากผจญภัยการสำรวจถ้ำ เหตุการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้นเมื่อหินในถ้ำถล่มลงมาปิดทางออก สาวทั้ง 6 จึงต้องหาทางออกจากถ้ำให้ได้ ในช่วงหลังของหนังเป็นฉากที่เต็มไปด้วยความรุนแรง สยองขวัญหลังจากที่สาวทั้ง 6 ต้องผจญ กับสิ่งประหลาดใต้ดิน ภาพ เสียงประกอบ ฉาก จนถึงบทบาทการแสดงที่แม้จะมีตัวละครเพียง 6 คน แต่ก็สามารถตรึงอารมณ์คนดูได้ชะงัก<br /><br />ต้องบอกเลยว่า นักแสดงทั้ง 6 มีความสามารถเฉพาะตัวในการใช้กล้ามเนื้อ ปืนป่ายถ้ำอย่างมาก ทาง Neil Marshall ได้คัดเลือกนักแสดงจากศูนย์ Rock Climbing ด้วยตัวเอง คุ้มค่ามากครับ ! ที่ได้นักแสดงทั้งหกนี้<br /><br />นอกจาก The Descent จะชนะใจคนดู ผู้รักหนังแนวสยองแล้ว ตัวหนังยังได้รับการยอมรับ ชนะรางวัล British Independent Film Award สาขา Best Director: Neil Marshall, Best Technical Achievement: Jon Harris ปี 2005 และยังได้เข้าชิงรางวัล IFTA Awards สาขา Best Supporting Actress in a Feature Film: Nora-Jane Noone อีกด้วย<br /><br />ใครเคยดูและชื่นชอบ Dog Soldiers จากฝีมือการกำกับของ Neil Marshall มาแล้ว รับรองว่าดู The Descent ได้อย่างไม่ผิดหวังแน่นอน...มีหนังลิขสิทธิ์ทำออกมาด้วยครับ ลองติดตามหามาดูได้เลย<br /><br />Rating: 5.50 / 6.00</p>
<p>{phocagallery view=category|categoryid=81|<br />limitstart=2|limitcount=0|detail=3|displayname=1|<br />displaydetail=1|imageshadow=shadow1}</p>]]></description>
            <author> webmaster@filmsayong.com (กระตุกจัง)</author>
            <pubDate>Tue, 18 May 2010 14:44:27 GMT</pubDate>
            <guid isPermaLink="false">http://filmsayong.com/movies-review/6-d/77-the-descent-2005.html</guid>
        </item>
        <item>
            <title>The Dentist (1996)</title>
            <link>http://filmsayong.com/movies-review/6-d/76-the-dentist-1996.html</link>
            <description><![CDATA[<p><strong><img src="http://filmsayong.com/images/stories/review/dentist.jpg" border="0" alt="dentist" title="dentist" width="160" height="229" style="float: left; margin: 5px;" />นำแสดง</strong>: Corbin Bernsen (Dr. Alan Feinstone), Linda Hoffman (Brooke Feinstone), Michael Stadvec (Matt) , Ken Foree (Detective Gibbs)<br /><strong>กำกับ</strong>: Brian Yuzna<br /><strong>เขียนบท</strong>: Dennis Paoli, Stuart Gordon<br /><strong>ประเภท</strong>: Horror<br /><br />คุณคิดยังไงกับการทำฟันบ้าง???<br />..สำหรับผม แค่คิดก็เสียวแล้ว นึกถึงเครื่องมือต่างๆ นานา รวมทั้งเสียงกรอฟันสะท้านประสาท แล้วมันชวนหลอนเสียยิ่งกระไร The Dentist ภาพยนตร์กระชากอารมณ์ความกลัว ความเสียว สยองในการทำฟันมาเล่นกับอารมณ์ความรู้สึกใกล้ตัวของคนดูได้อย่างน่าติดตาม<br /><br />เนื้อเรื่องเริ่มต้นจากดอกเตอร์ไฟน์สโตน (Corbin Bernsen) หมอฟัน ผู้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน มีบ้านหลังโต และมีเมียสาวสวยสุดเพอร์แฟ็ก หนังเริ่มต้นด้วยดนตรีคลาสสิกบรรเลงประกอบการดำเนินเรื่องด้วยการเล่าเรื่อง ย้อนอดีตให้เห็นถึงที่มาของ The Dentist ไอ้หมอฟันโรคจิตที่(โคตร)รักษาความสะอาด จนทำให้ตัวเองกลายเป็นคนโรคจิต เห็นอะไรที่สกปรกไม่ได้จะต้องอารมณ์ขึ้นทันที จุดเปลี่ยนที่ทำให้ดอกเตอร์ไฟน์สโตนกลายเป็นหมอฟันโรคจิตแบบสุดขั้ว ก็มาจากเมียคนสวย (Linda Hoffman) ไปมีชู้กับเจ้าเด็กคนล้างสระน้ำ (Matt) โดยผู้กำกับ Brian Yuzna สร้างบุคลิกของ Matt ให้ขัดแย้งกับดอกเตอร์ไฟน์สโตนอย่างสุดขั้ว ระหว่างความสกปรกกับความสะอาด...เนื่องเรื่องคงไม่ต้องสาธยายให้มากเรื่อง หนังประเภทนี้คงเดาเนื้อเรื่องกันได้ไม่ยาก แต่สิ่งหนึ่งที่อยากให้ลองติดตามคือ การตัดต่อภาพ การใช้มุมกล้องที่ทำให้คนขวัญอ่อนปิดตา ไม่อยากเห็นภาพดังกล่าวได้ไม่ยาก รวมถึงประโยคต่างๆ ในเรื่องที่ค่อนข้างสร้างสรรค์บุคลิกของดอกเตอร์ไฟน์สโตนให้โรคจิตคลาสสิก ได้อย่างลงตัว อาทิเช่น "I am an instrument of perfection and hygiene. The enemy of decay and corruption, a dentist...and I have a lot of work to do" แค่ประโยคนี้ประโยคเดียว ก็พอที่ทำให้เราเดาเรื่องต่างๆ ออกแล้ว<br /><br />The Dentist อาจจะไม่ใช่หนัง Horror ที่มีความลงตัวมากมาย แต่ตัวหนังก็แสดงให้เห็นถึงความคลาสสิกของการดำเนินเรื่อง การทำให้คนดูจำส่วนต่างๆ ของหนังได้ โดยเฉพาะประโยคที่สร้างความแปลก สยองเจือความขบขันได้ นับว่าเป็นเรื่องที่น่าชมเชยของผู้เขียนบท อีกทั้งหนังเรื่องนี้ได้รับรางวัลถึงสองรางวัลคือ รางวัล Jury Grand Prize ของประเทศสวีเดนในงาน Sweden Fantastic Film Festival และ รางวัล Best Special Effects จากงาน Fantafestival<br /><br />ผมคิดว่าคอหนัง Horror คงไม่พลาดเรื่องนี้แน่นอน สำหรับใครที่เพิ่งจะเริ่มดูหนังประเภทนี้ก็ลองไปหาหนังเรื่องนี้มาดูกันให้ ได้ หนึ่งในหนังประเภทที่ขึ้นแท่นเป็นหนังคัลต์ตลอดกาล...<br /><br />Rating: 5.00 / 6.00</p>
<p>{phocagallery view=category|categoryid=80|<br />limitstart=2|limitcount=0|detail=3|displayname=1|<br />displaydetail=1|imageshadow=shadow1}</p>]]></description>
            <author> webmaster@filmsayong.com (ถั่วเขียว ณ ทุ่งสังหาร)</author>
            <pubDate>Tue, 18 May 2010 14:41:01 GMT</pubDate>
            <guid isPermaLink="false">http://filmsayong.com/movies-review/6-d/76-the-dentist-1996.html</guid>
        </item>
    </channel>
</rss>
